trusty — Website Trust Platform
Business, Industry & SEO

อัปเดต PDPA สำหรับ Agency ปี 2026: สิ่งที่เว็บไซต์ธุรกิจทั่วไปและ SME ต้องทบทวน

เมื่อ Agency ที่ดูแลเว็บไซต์และโฆษณาส่งอีเมลขอข้อมูลลูกค้าเพิ่ม เจ้าของ SME หลายคนกดตอบตกลงโดยไม่รู้ว่ากติกาปี 2026 เปลี่ยนไปแล้ว บทความนี้สรุปสิ่งที่ต้องทบทวนก่อนอนุมัติ

📅 เผยแพร่ 27 กรกฎาคม 2569อัปเดตล่าสุด 27 กรกฎาคม 2569✍️ เขียนโดย trusty Editorial Team⏱ อ่าน 7 นาที
Three women collaborating over design ideas in a fashion studio with fabric samples and art on the walls.
ภาพโดย Thirdman จาก Pexels

💬 สรุปสั้น ๆ

ปี 2026 PDPC เข้มงวดขึ้นกับสัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) และการเปิดเผยผู้ให้บริการช่วงที่ Agency ใช้งาน SME จึงต้องขอ DPA ฉบับปรับปรุง ตรวจรายชื่อ Sub-processor และเก็บหลักฐานความยินยอมทุกครั้งที่ส่งข้อมูลลูกค้าให้ Agency

สารบัญ

อีเมลจาก Agency การตลาดที่ดูแลเว็บไซต์และแคมเปญโฆษณาของร้านส่งมาในเช้าวันจันทร์ ขอให้เจ้าของร้านอนุมัติการใช้ไฟล์รายชื่อลูกค้าเก่าเพื่อทำ Retargeting บนแพลตฟอร์มโฆษณา พร้อมแนบลิงก์ให้กดยอมรับเงื่อนไขภายในวันนั้น เจ้าของร้านหลายคนกดตอบตกลงทันทีเพราะกลัวแคมเปญล่าช้า โดยไม่รู้ว่ากติกาการส่งต่อข้อมูลลูกค้าให้ Agency ในปี 2026 เปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร และการกดยอมรับแบบเร่งรีบอาจทำให้ธุรกิจเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบภายหลัง

PDPA สำหรับ Agency เปลี่ยนไปอย่างไรในปี 2026

ในช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ออกแนวปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ควบคุมข้อมูล (เจ้าของธุรกิจ) กับผู้ประมวลผลข้อมูล (Agency ที่รับงานด้านการตลาดหรือดูแลเว็บไซต์) โดยเน้นสามเรื่องหลักที่ส่งผลต่อ SME โดยตรง

สัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) ที่ Agency ต้องส่งให้ตรวจใหม่

Agency จำนวนมากยังใช้สัญญาบริการทั่วไปที่ไม่มีข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างครบถ้วน แนวปฏิบัติที่ปรับปรุงในปี 2026 ย้ำว่าสัญญาต้องระบุขอบเขตการประมวลผล ระยะเวลาการเก็บข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นต่ำ และหน้าที่แจ้งเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน หากสัญญาที่ SME เซ็นไว้เดิมไม่มีข้อกำหนดเหล่านี้ ควรขอให้ Agency ทำภาคผนวกเพิ่มเติมโดยเร็ว

การเปิดเผยรายชื่อผู้ให้บริการช่วง (Sub-processor) ที่เข้มขึ้น

อีกจุดที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือ Agency ต้องแจ้งให้ธุรกิจลูกค้าทราบว่าใช้บริการภายนอกรายใดบ้างในการประมวลผลข้อมูล เช่น แพลตฟอร์มส่งอีเมล บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ หรือเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ หาก Agency ที่ดูแลเว็บไซต์ของร้านไม่เคยแจ้งรายชื่อเหล่านี้มาก่อน นี่คือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องสอบถามอย่างเป็นทางการ

แนวโน้มการบังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจขนาดเล็กที่ใช้ Agency

ที่ผ่านมาการตรวจสอบมักเน้นไปที่องค์กรขนาดใหญ่ แต่ในปี 2026 มีแนวโน้มที่การร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับข้อความโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์หรือการรั่วไหลของข้อมูลจาก Agency ขนาดเล็กถูกหยิบยกมาพิจารณามากขึ้น เพราะ SME จำนวนมากมอบข้อมูลลูกค้าให้ Agency โดยไม่มีสัญญาที่รัดกุม ทำให้เมื่อเกิดปัญหา ธุรกิจเจ้าของข้อมูลต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเสมอ

การบันทึกการเข้าถึงข้อมูล (Access Log) ที่ Agency ต้องแสดงได้เมื่อถูกร้องขอ

ประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือความสามารถของ Agency ในการแสดงบันทึกว่าใครในทีมเข้าถึงข้อมูลลูกค้าของธุรกิจเมื่อใด เพื่ออะไร แนวปฏิบัติที่ปรับปรุงในปี 2026 คาดหวังให้ Agency มีระบบบันทึกการเข้าถึงข้อมูลอย่างน้อยในระดับพื้นฐาน เช่น ชื่อผู้ใช้งานที่ดาวน์โหลดไฟล์รายชื่อลูกค้า หรือผู้ที่แก้ไขฐานข้อมูลบนเว็บไซต์ SME ควรสอบถาม Agency ตรง ๆ ว่ามีระบบนี้อยู่หรือไม่ เพราะหากเกิดข้อพิพาทในภายหลัง หลักฐานชุดนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ

เทียบแนวทางเดิมกับสิ่งที่ต้องทำตามแนวปฏิบัติปี 2026

ประเด็นแนวทางเดิมที่ SME ส่วนใหญ่ทำสิ่งที่ต้องทำตามแนวปฏิบัติปี 2026
สัญญากับ Agencyสัญญาบริการทั่วไป ไม่ระบุเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีข้อกำหนด DPA ระบุขอบเขต ระยะเวลา และมาตรการความปลอดภัย
ผู้ให้บริการช่วงไม่เคยทราบว่า Agency ใช้เครื่องมือใดบ้างขอรายชื่อ Sub-processor พร้อมทบทวนทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
การแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในสัญญาระบุกรอบเวลาแจ้งเหตุจาก Agency มายังธุรกิจอย่างชัดเจน

จุดที่เจ้าของกิจการ SME ต้องทบทวนกับ Agency ตอนนี้

ก่อนจะอนุมัติคำขอใด ๆ จาก Agency ในรอบนี้ ลองใช้รายการต่อไปนี้ตรวจสอบสถานะปัจจุบันของธุรกิจก่อน หากยังไม่เคยทำตามขั้นตอนแบบเป็นระบบ สามารถอ่านคู่มือแบบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีวางระบบ PDPA สำหรับ Agency แบบเป็นขั้นตอน รายการนี้ใช้เวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หากทำทีละข้อ และไม่จำเป็นต้องมีทีมกฎหมายภายในองค์กรก็สามารถเริ่มได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นการขอเอกสารและตั้งคำถามกับ Agency โดยตรง

  • ขอสำเนาสัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) ฉบับล่าสุดจาก Agency และเทียบกับฉบับเดิมที่เคยเซ็นไว้
  • สอบถามรายชื่อ Sub-processor ทั้งหมดที่ Agency ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
  • ตรวจสอบว่าฟอร์มขอความยินยอมที่ลูกค้ากรอกผ่านเว็บไซต์ยังตรงกับวัตถุประสงค์ที่ Agency นำไปใช้จริงหรือไม่
  • ทบทวนระยะเวลาการเก็บข้อมูลลูกค้าที่ Agency ถืออยู่ ว่ามีกำหนดลบหรือไม่
  • ยืนยันช่องทางแจ้งเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลจาก Agency มายังเจ้าของธุรกิจ ว่ามีกรอบเวลาที่ชัดเจนหรือไม่

ตัวอย่างสถานการณ์และหลักฐานที่ควรเก็บไว้

ร้านค้าออนไลน์รายหนึ่งเคยได้รับอีเมลจาก Agency ขอเปลี่ยนผู้ให้บริการส่งอีเมลการตลาดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เจ้าของร้านจึงขอให้ Agency ส่งเอกสารยืนยันมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้ให้บริการรายใหม่ก่อนอนุมัติ และเก็บอีเมลโต้ตอบทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการตั้งคำถามและขอเอกสารประกอบก่อนอนุมัติเป็นแนวทางที่ป้องกันปัญหาได้ดีกว่าการเซ็นอนุมัติทันที

อีกตัวอย่างคือธุรกิจร้านอาหารที่ให้ Agency ดูแลเพจโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์จองโต๊ะ เมื่อทบทวนพบว่าแบบฟอร์มจองโต๊ะเก็บเบอร์โทรและอีเมลลูกค้าโดยไม่มีข้อความแจ้งวัตถุประสงค์การใช้งาน ทีมงานจึงประสาน Agency ให้ปรับฟอร์มและเก็บภาพหน้าจอก่อน-หลังปรับปรุงไว้เป็นหลักฐานการดำเนินการ

สถานการณ์ที่สามเกิดขึ้นกับคลินิกเสริมความงามขนาดเล็กที่จ้าง Agency ทำโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย เมื่อเจ้าของคลินิกทบทวนพบว่า Agency นำเบอร์โทรและประวัติการเข้ารับบริการของลูกค้าไปสร้างกลุ่มเป้าหมายโฆษณาแบบ Custom Audience โดยไม่ได้แจ้งลูกค้าว่าจะนำข้อมูลไปใช้ในลักษณะนี้ คลินิกจึงหยุดแคมเปญชั่วคราว ปรับข้อความขอความยินยอมให้ระบุวัตถุประสงค์นี้อย่างชัดเจน และให้ Agency ลบชุดข้อมูลเดิมที่ใช้สร้างกลุ่มเป้าหมายทิ้ง ก่อนเริ่มแคมเปญใหม่อีกครั้ง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที

ทดลองใช้งานระบบฟรี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อ SME ทำงานกับ Agency เรื่อง PDPA

  • อนุมัติคำขอใช้ข้อมูลลูกค้าทางอีเมลโดยไม่ขอเอกสารประกอบหรือไม่อ่านรายละเอียด
  • ไม่เคยขอรายชื่อ Sub-processor จาก Agency เพราะคิดว่าเป็นเรื่องทางเทคนิคที่ไม่เกี่ยวกับตน
  • ปล่อยให้สัญญาเดิมที่เซ็นไว้หลายปีก่อนใช้งานต่อโดยไม่เคยทบทวนตามแนวปฏิบัติที่ปรับปรุงใหม่
  • ไม่มีช่องทางบันทึกว่าเคยส่งข้อมูลชุดใดให้ Agency ไปแล้วบ้าง ทำให้ตอบคำถามลูกค้าหรือหน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

ถ้า Agency เดิมไม่ยอมแก้ไขสัญญาให้ตรงกับแนวปฏิบัติใหม่ ควรทำอย่างไร

ควรแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกำหนดเวลาที่ชัดเจน หากยังไม่ได้รับการตอบสนอง ให้พิจารณาความเสี่ยงเทียบกับการหาผู้ให้บริการรายใหม่ที่พร้อมรองรับข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล

SME ขนาดเล็กที่มี Agency เดียวดูแลทุกอย่างต้องทำสัญญาแยกเป็นหลายฉบับหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องแยกหลายฉบับ แต่สัญญาฉบับเดียวควรครอบคลุมทุกขอบเขตงานที่ Agency ทำแทน พร้อมระบุประเภทข้อมูลและวัตถุประสงค์ของแต่ละงานให้ชัดเจน

ถ้าธุรกิจเพิ่งเริ่มใช้บริการ Agency เป็นครั้งแรก ควรเริ่มต้นตรงไหนก่อน

ควรเริ่มจากการขอให้ Agency แสดงตัวอย่างสัญญา DPA มาตรฐานที่ใช้กับลูกค้ารายอื่นก่อนเซ็นงาน พร้อมสอบถามว่ามีขั้นตอนแจ้งเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลอย่างไร การตรวจสอบตั้งแต่ต้นก่อนเริ่มความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ง่ายกว่าการย้อนกลับไปแก้ไขหลังผูกพันตามสัญญาไปแล้วหลายเดือน

สรุป: สิ่งที่ต้องทำก่อนสิ้นไตรมาสนี้

การอัปเดต PDPA สำหรับ Agency ในปี 2026 ไม่ได้หมายความว่า SME ต้องเปลี่ยนผู้ให้บริการหรือหยุดทำการตลาด แต่หมายถึงการกลับไปทบทวนสัญญา รายชื่อ Sub-processor และหลักฐานความยินยอมที่มีอยู่ให้ทันกับแนวปฏิบัติปัจจุบัน ธุรกิจที่เริ่มทบทวนตั้งแต่ตอนนี้จะมีเวลาต่อรองกับ Agency มากกว่าธุรกิจที่รอจนถูกลูกค้าร้องเรียนหรือถูกหน่วยงานกำกับดูแลติดต่อมาก่อน ขั้นตอนที่ทำได้ทันทีคือรวบรวมสัญญาทั้งหมดที่มีกับ Agency ทุกรายมาไว้ในที่เดียว แล้วไล่ตรวจทีละฉบับตามรายการตรวจสอบด้านบน หากยังไม่เคยเริ่มต้น แนะนำให้ใช้ คู่มือภาพรวม PDPA สำหรับ Agency สำหรับ SME เป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนทบทวนทั้งระบบ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงแนวปฏิบัติที่เผยแพร่โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการทบทวนกระบวนการภายในธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเมื่อมีข้อสงสัยเฉพาะเจาะจง

คำถามที่พบบ่อย

ถ้า Agency เดิมไม่ยอมแก้ไขสัญญาให้ตรงกับแนวปฏิบัติใหม่ ควรทำอย่างไร

แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกำหนดเวลา หากยังไม่ได้รับการตอบสนอง ให้พิจารณาความเสี่ยงเทียบกับการหาผู้ให้บริการรายใหม่

SME ที่มี Agency เดียวดูแลทุกอย่างต้องทำสัญญาแยกหลายฉบับหรือไม่

ไม่จำเป็น แต่สัญญาฉบับเดียวควรครอบคลุมทุกขอบเขตงานพร้อมระบุประเภทข้อมูลและวัตถุประสงค์ของแต่ละงาน

การอัปเดตปี 2026 นี้กระทบ SME ที่ยังไม่เคยเซ็น DPA กับ Agency เลยหรือไม่

กระทบโดยตรง เพราะ SME กลุ่มนี้ยังไม่มีกรอบสัญญาที่รองรับแนวปฏิบัติปัจจุบันเลย ควรเริ่มจัดทำ DPA โดยเร็วที่สุด

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที