trusty — Website Trust Platform
Business, Industry & SEO

อัปเดต PDPA สำหรับ E-commerce ปี 2026: สิ่งที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ต้องทบทวน

ลูกค้าขอเพิ่มฟอร์มเก็บข้อมูลตอน Checkout อีกนิด แต่สิ่งที่เอเจนซีทำเว็บอีคอมเมิร์ซต้องเช็คปี 2026 คือขอบเขตข้อมูลที่เก็บได้จริง ไม่ใช่แค่ทำตามที่ลูกค้าสั่ง

📅 เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569อัปเดตล่าสุด 26 กรกฎาคม 2569✍️ เขียนโดย trusty Editorial Team⏱ อ่าน 7 นาที
Team collaborating in a modern office, planning strategy on a whiteboard, young adults working together.
ภาพโดย Alena Darmel จาก Pexels

💬 สรุปสั้น ๆ

ปี 2026 สิ่งที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บอีคอมเมิร์ซต้องทบทวนคือขอบเขตข้อมูลที่เก็บตอน Checkout ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการส่งของจริง แยกให้ชัดว่า PDPA คุมเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ส่วน PCI-DSS คุมความปลอดภัยข้อมูลบัตร เป็นคนละมาตรฐานกัน และต้องแยก Checkbox ยินยอมรับข่าวสารการตลาดออกจากขั้นตอนสั่งซื้อให้เป็นอิสระต่อกัน ไม่ผูกไว้ในปุ่มเดียว

ลูกค้าเจ้าหนึ่งทักไลน์มาตอนบ่ายวันศุกร์ว่าอยากให้เพิ่มช่องเก็บเลขบัตรประชาชนกับวันเกิดตอน Checkout เผื่อทำแคมเปญวันเกิดลูกค้าในอนาคต ทีมพัฒนาเว็บที่รับงานอยู่ต้องตัดสินใจตรงนั้นเลยว่าจะทำตามที่ลูกค้าขอ หรือจะทักกลับไปว่าข้อมูลพวกนี้ไม่จำเป็นต่อการซื้อขายจริง และถ้าเก็บไปเฉยๆ โดยไม่มีเหตุผลใช้งานชัดเจน ร้านค้าของลูกค้าจะกลายเป็นฝ่ายแบกความเสี่ยงไว้เต็มๆ สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับเอเจนซีและฟรีแลนซ์ที่รับงานสร้างเว็บอีคอมเมิร์ซ เพราะคนออกแบบฟอร์มมักเป็นทีมพัฒนา ไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่ความรับผิดชอบทางกฎหมายในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลตกอยู่ที่เจ้าของร้านค้าเสมอ

ปี 2026 สิ่งที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บอีคอมเมิร์ซต้องทบทวนคือขอบเขตข้อมูลที่เก็บตอน Checkout ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการส่งของจริง แยกให้ชัดว่า PDPA คุมเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ส่วน PCI-DSS คุมความปลอดภัยข้อมูลบัตร เป็นคนละมาตรฐานกัน และต้องแยก Checkbox ยินยอมรับข่าวสารการตลาดออกจากขั้นตอนสั่งซื้อให้เป็นอิสระต่อกัน ไม่ผูกไว้ในปุ่มเดียว

สิ่งที่เปลี่ยนไปและควรทบทวนใหม่ในปี 2026

งานที่รับต่อจากปีก่อนหลายเว็บยังใช้แบบฟอร์ม Checkout เดียวกับที่ออกแบบไว้ตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรก ซึ่งอาจไม่ได้ทบทวนมาหลายปี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ยังคงเน้นย้ำหลักการเดิมคือเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นและแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัด แต่สิ่งที่ทีมพัฒนาเว็บควรตรวจซ้ำในรอบนี้คือฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาระหว่างทาง เช่น ระบบสมาชิกสะสมแต้ม ระบบรีวิวสินค้า หรือปลั๊กอินการตลาดที่ติดตั้งเพิ่มโดยไม่มีใครกลับไปเช็คว่ามันดึงข้อมูลอะไรออกไปบ้าง ปลั๊กอินบางตัวส่งอีเมลลูกค้าไปยังบริการภายนอกโดยอัตโนมัติทันทีที่ติดตั้ง โดยที่เจ้าของร้านไม่รู้ตัว และเอเจนซีที่เป็นคนติดตั้งก็ควรเป็นฝ่ายแจ้งให้ลูกค้าทราบตั้งแต่แรก ไม่ใช่รอให้ลูกค้าถามเอง

อีกจุดที่ควรทบทวนคือช่องทางชำระเงินที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เช่น การผูก Line Pay หรือ TrueMoney Wallet เข้ากับระบบเดิม แต่ละช่องทางมีข้อมูลที่ส่งกลับมาต่างกัน บางช่องทางส่งเบอร์โทรและชื่อบัญชีกลับมาด้วย ซึ่งกลายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอีกชุดที่ต้องมีที่เก็บและมีเหตุผลใช้งานที่ชัดเจนเช่นกัน

ข้อมูลตอน Checkout ต้องเก็บให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

หลักที่ใช้ตัดสินใจง่ายที่สุดคือถามว่าถ้าไม่มีข้อมูลชิ้นนี้ จะส่งของให้ลูกค้าไม่ได้จริงหรือไม่ ชื่อ ที่อยู่จัดส่ง เบอร์โทร และอีเมลสำหรับแจ้งสถานะออเดอร์ ผ่านเกณฑ์นี้ชัดเจน แต่วันเกิด เพศ อาชีพ หรือรายได้โดยประมาณที่บางฟอร์มใส่ไว้เพื่อใช้ทำการตลาดในอนาคต ไม่ผ่านเกณฑ์นี้ ถ้าลูกค้าอยากเก็บข้อมูลกลุ่มหลังจริงๆ ต้องแยกเป็นแบบฟอร์มหรือขั้นตอนต่างหากที่มีการขอความยินยอมของตัวเอง ไม่ใช่ยัดรวมเข้าไปในฟอร์มสั่งซื้อ

อีกจุดที่ทีมพัฒนาเว็บมักมองข้ามคือช่อง Guest Checkout ร้านที่เปิดให้ซื้อโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกมักคิดว่าข้อมูลของลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ต้องดูแลเข้มเท่าสมาชิก แต่ในทางปฏิบัติข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรของลูกค้า Guest Checkout เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเหมือนกันทุกประการ ต่างกันแค่ไม่มีบัญชีผูกไว้ถาวร สิ่งที่ต้องออกแบบเพิ่มคือกำหนดว่าข้อมูลของออเดอร์แบบ Guest จะเก็บไว้นานแค่ไหนหลังจัดส่งสำเร็จ เพราะไม่มีเจ้าของบัญชีที่จะมาขอลบเองในอนาคต

ระยะเวลาเก็บข้อมูล ออเดอร์สำเร็จกับออเดอร์ที่ถูกทิ้งกลางคัน

ตะกร้าสินค้าที่ลูกค้ากรอกที่อยู่จัดส่งไว้ครึ่งหนึ่งแล้วปิดหน้าเว็บไปเฉยๆ เป็นอีกจุดที่ต้องคิดแยกจากออเดอร์ที่จ่ายเงินสำเร็จ หลายเว็บบันทึกข้อมูลตะกร้าที่ถูกทิ้งไว้เพื่อทำ Remarketing โดยอัตโนมัติ ซึ่งถ้าไม่มีการแจ้งวัตถุประสงค์นี้ไว้ตั้งแต่ต้น การเก็บข้อมูลกลุ่มนี้ก็เข้าข่ายเกินความจำเป็นเช่นกัน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือกำหนดรอบเวลาลบข้อมูลตะกร้าที่ไม่จ่ายเงินให้สั้นกว่าข้อมูลออเดอร์ที่สำเร็จ และถ้าจะใช้ข้อมูลนั้นทำ Remarketing ต้องผ่านการขอความยินยอมแยกต่างหาก ไม่ใช่ถือว่าการกรอกฟอร์มบางส่วนเท่ากับการยินยอมให้ติดตามอัตโนมัติ

ส่วนออเดอร์ที่จ่ายเงินสำเร็จแล้ว ระยะเวลาที่ต้องเก็บมักผูกกับข้อกำหนดทางบัญชีและภาษีมากกว่าความจำเป็นทางการตลาด เอเจนซีควรถามลูกค้าให้ชัดว่ามีข้อผูกพันต้องเก็บเอกสารซื้อขายไว้กี่ปี แล้วออกแบบระบบให้ลบหรือย้ายข้อมูลลูกค้าเก่าไปเก็บแบบจำกัดการเข้าถึงเมื่อพ้นรอบนั้น แทนที่จะปล่อยให้ข้อมูลลูกค้าค้างอยู่ในฐานข้อมูลหลักตลอดไปโดยไม่มีกำหนด

PDPA กับ PCI-DSS เป็นคนละมาตรฐานกัน อย่าปนกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมากในทีมพัฒนาเว็บคือคิดว่าถ้าออกแบบฟอร์ม Checkout ให้สอดคล้อง PDPA แล้ว แปลว่าระบบชำระเงินปลอดภัยไปด้วย ทั้งที่จริงแล้วเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง PDPA เป็นกฎหมายที่ควบคุมว่าองค์กรเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร ส่วน PCI-DSS เป็นมาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะสำหรับข้อมูลบัตรเครดิตที่ผู้ให้บริการรับชำระเงินต้องปฏิบัติตาม สองเรื่องนี้ทับซ้อนกันบางส่วนแต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ในทางปฏิบัติ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทีมพัฒนาเว็บคือไม่ให้เว็บของลูกค้าสัมผัสข้อมูลบัตรเต็มรูปแบบเลย ใช้บริการรับชำระเงินภายนอกที่ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS อยู่แล้วเป็นตัวรับข้อมูลบัตรโดยตรง แล้วเว็บของลูกค้าเก็บแค่สถานะการชำระเงินและเลขอ้างอิงธุรกรรมกลับมา วิธีนี้ลดภาระทั้งสองด้าน ทั้งลดขอบเขตข้อมูลส่วนบุคคลที่ร้านต้องดูแลตาม PDPA และลดภาระที่ร้านต้องขอรับรอง PCI-DSS ด้วยตัวเอง ซึ่งปกติร้านค้าออนไลน์ทั่วไปไม่มีทรัพยากรพอจะทำเองอยู่แล้ว

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที

ทดลองใช้งานระบบฟรี

อีกจุดที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้องคือ Checkbox รับข่าวสารทางการตลาดที่หลายเว็บผูกไว้เป็นค่าเริ่มต้นแบบติ๊กไว้แล้ว หรือแย่กว่านั้นคือผูกไว้กับปุ่มยืนยันการสั่งซื้อจนลูกค้าไม่มีทางกดสั่งซื้อได้โดยไม่ยินยอมรับข่าวสาร รูปแบบนี้ไม่ใช่ความยินยอมที่แท้จริง เพราะลูกค้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับ การออกแบบที่ถูกต้องคือ Checkbox รับข่าวสารต้องเป็นค่าว่างเปล่าตั้งต้น ให้ลูกค้าติ๊กเลือกเองถ้าต้องการ และไม่มีผลต่อการสั่งซื้อไม่ว่าจะติ๊กหรือไม่ก็ตาม

ในทางเทคนิค ทีมพัฒนาเว็บควรบันทึกด้วยว่าลูกค้าให้ความยินยอมเมื่อไหร่ ผ่านช่องทางไหน เพื่อเป็นหลักฐานย้อนหลังหากมีข้อสงสัยในภายหลัง และควรมีปุ่มยกเลิกรับข่าวสารที่ใช้งานได้จริงในทุกอีเมลที่ส่งออกไป ไม่ใช่แค่มีตัวหนังสือเขียนไว้แต่คลิกแล้วไม่ทำงาน เพราะจุดนี้เป็นจุดที่ลูกค้าปลายทางร้องเรียนบ่อยที่สุดเวลาได้รับอีเมลการตลาดที่ไม่เคยขอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเอเจนซีทำเว็บอีคอมเมิร์ซ

  • เพิ่มฟอร์มเก็บข้อมูลตามที่ลูกค้าขอโดยไม่ถามกลับว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ทั้งที่ข้อมูลนั้นไม่จำเป็นต่อการส่งของ
  • ติดตั้งปลั๊กอินการตลาดหรือ Analytics เพิ่มโดยไม่ตรวจว่ามันส่งข้อมูลลูกค้าออกไปที่ไหนบ้าง
  • ผูก Checkbox รับข่าวสารไว้กับปุ่มยืนยันคำสั่งซื้อจนไม่ถือว่าเป็นความยินยอมที่แท้จริง
  • เก็บข้อมูลบัตรหรือข้อมูลชำระเงินบางส่วนไว้ในฐานข้อมูลของเว็บเองแทนที่จะให้ผู้ให้บริการชำระเงินภายนอกเป็นคนเก็บ
  • ไม่มีรอบลบข้อมูลตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้งกลางคัน ปล่อยให้ค้างอยู่ในระบบไม่มีกำหนด

สรุป สิ่งที่ต้องทบทวนก่อนส่งมอบงานให้ลูกค้า

งานสร้างหรือดูแลเว็บอีคอมเมิร์ซในปี 2026 ทีมพัฒนาเว็บไม่ควรมองว่าเรื่อง PDPA เป็นแค่การแปะประกาศความเป็นส่วนตัวไว้ท้ายเว็บ แต่ต้องกลับไปดูโครงสร้างฟอร์ม Checkout ระบบชำระเงิน และ Checkbox การตลาดจริงๆ ว่าออกแบบให้เก็บข้อมูลน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น แยกความยินยอมออกจากขั้นตอนสั่งซื้อ และไม่ปนเรื่อง PDPA กับความปลอดภัยข้อมูลบัตรเข้าด้วยกัน ความรับผิดชอบทางกฎหมายท้ายที่สุดตกอยู่ที่เจ้าของร้าน แต่คนที่เขียนโค้ดฟอร์มคือทีมพัฒนาเว็บ การชี้ให้ลูกค้าเห็นความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นออกแบบจึงเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ทำอยู่แล้ว ไม่ใช่งานเสริม

แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ควรใช้ตรวจสอบ

ทีมพัฒนาเว็บควรอ้างอิงประกาศและแนวปฏิบัติจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เป็นหลักในการตรวจสอบทุกครั้งที่มีการปรับปรุงเว็บ เพราะแนวปฏิบัติอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมระหว่างปี การกลับไปดูแหล่งข้อมูลต้นทางเป็นระยะจึงสำคัญกว่าเชื่อบทความสรุปเพียงอย่างเดียว และควรใช้ร่วมกับ เช็กลิสต์ PDPA สำหรับ E-commerce สำหรับเอเจนซี และ แนวทางตรวจสอบ PDPA สำหรับ E-commerce เพื่อทบทวนเป็นรอบ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ ดูภาพรวมหัวข้ออื่นในกลุ่มธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ หมวดธุรกิจ อุตสาหกรรม และ SEO

คำถามที่พบบ่อย

เว็บอีคอมเมิร์ซขนาดเล็กจำเป็นต้องแยกระบบชำระเงินออกไปใช้ผู้ให้บริการภายนอกด้วยหรือไม่

แนะนำให้ทำเพราะช่วยลดภาระทั้งสองด้าน ทั้งขอบเขตข้อมูลส่วนบุคคลที่ร้านต้องดูแลตาม PDPA และภาระด้านความปลอดภัยข้อมูลบัตรตามมาตรฐาน PCI-DSS ซึ่งร้านค้าขนาดเล็กมักไม่มีทรัพยากรพอจะทำเองอยู่แล้ว

ข้อมูลตะกร้าสินค้าที่ลูกค้าทิ้งไว้กลางคันเก็บไว้ทำ Remarketing ได้เลยหรือไม่

ถ้าไม่เคยแจ้งวัตถุประสงค์นี้ไว้ตั้งแต่แรก การเก็บข้อมูลนั้นไปใช้ Remarketing เข้าข่ายเกินความจำเป็น ควรขอความยินยอมแยกต่างหากและกำหนดรอบลบข้อมูลตะกร้าที่ไม่จ่ายเงินให้ชัดเจน

Guest Checkout ต้องดูแลข้อมูลลูกค้าเข้มเท่าสมาชิกที่สมัครบัญชีหรือไม่

ต้องดูแลเข้มเท่ากัน เพราะชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรของลูกค้า Guest Checkout เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกัน ต่างกันแค่ไม่มีบัญชีถาวรผูกไว้ จึงต้องกำหนดรอบลบข้อมูลให้ชัดเจนเพราะไม่มีเจ้าของบัญชีมาขอลบเอง

Checkbox รับข่าวสารการตลาดควรตั้งเป็นติ๊กไว้ล่วงหน้าหรือไม่

ไม่ควร ควรตั้งเป็นค่าว่างเปล่าให้ลูกค้าเลือกติ๊กเอง เพราะการติ๊กไว้ล่วงหน้าไม่นับเป็นความยินยอมที่แท้จริงตามหลักการของ PDPA

ใครเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายหากฟอร์ม Checkout ที่เอเจนซีสร้างให้เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น

ความรับผิดชอบในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลตกอยู่ที่เจ้าของร้านค้าเป็นหลัก แต่เอเจนซีหรือฟรีแลนซ์ที่ออกแบบระบบควรชี้ความเสี่ยงให้ลูกค้าเห็นตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

อ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

A close-up shot of a hand reviewing various logo designs on paper, ideal for business concepts.
Business, Industry & SEOAudit Guide

วิธี Audit PDPA สำหรับ E-commerce ของเอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ พร้อม Evidence ที่ควรเก็บ

ทีมเอเจนซีที่ดูแลร้านค้าออนไลน์ให้ลูกค้ามักตรวจแค่ Cookie Banner แล้วปล่อยผ่านหน้าชำระเงินและระบบจัดส่งไป คู่มือนี้วางขั้นตอน Audit PDPA เฉพาะจุดของ e-commerce แบบตรวจซ้ำได้

อัปเดต 26 ก.ค. 2569· อ่าน 10 นาที
Three diverse business professionals collaborating indoors, focusing on teamwork.
Business, Industry & SEOChecklist

เช็กลิสต์ PDPA สำหรับ E-commerce สำหรับเอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์: ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนเปิดใช้งาน

เว็บอีคอมเมิร์ซที่ทีมพัฒนาส่งมอบให้ลูกค้า มักมีจุดเสี่ยง PDPA ซ่อนอยู่ในฟอร์มเช็กเอาต์และการจัดเก็บข้อมูล เช็กลิสต์นี้รวมสิ่งที่ต้องตรวจก่อนกดเปิดใช้งานจริง

อัปเดต 26 ก.ค. 2569· อ่าน 8 นาที

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที