PDPA สำหรับ HR และ Recruitment คืออะไร? คู่มือสำหรับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment สำหรับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ต้องขอความยินยอมตอนไหน ดูแลข้อมูลอ่อนไหวในใบสมัครงานอย่างไร และจัดการข้อมูลผู้สมัคร/พนักงานเก่าแบบไหนให้ถูกต้อง
💬 สรุปสั้น ๆ
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment สำหรับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง หมายถึงการดูแลข้อมูลผู้สมัครงานตลอดกระบวนการสรรหา ตั้งแต่ขอความยินยอมสำหรับข้อมูลอ่อนไหวหรือการตรวจสอบประวัติ กำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก จนถึงเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงเมื่อพนักงานลาออก ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
สารบัญ
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment คืออะไร สำหรับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง คือคำถามที่องค์กร ฝ่ายกฎหมาย Privacy Security และ Complianceควรตอบให้ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนเปิดรับสมัครงาน เพราะทุกใบสมัครที่เข้ามาล้วนมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร ไม่ว่าจะเป็นผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ผลตรวจสอบเครดิตบูโร และเอกสารรับรองคุณวุฒิที่ตำแหน่งงานด้านการเงินมักต้องขอเพิ่มเติมจากผู้สมัคร ข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บ ประมวลผล และบางส่วนถูกส่งต่อไปยังผู้ให้บริการภายนอกตลอดกระบวนการสรรหาบุคลากร ตั้งแต่วันที่เปิดรับสมัครจนถึงหลังประกาศผล
บทความนี้อธิบายภาพรวมของ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ในบริบทขององค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ครอบคลุมตั้งแต่จุดที่ต้องขอความยินยอมจากผู้สมัคร ข้อมูลอ่อนไหวในใบสมัครงานที่ต้องระวังเป็นพิเศษ การแชร์ข้อมูลกับบริษัทตรวจสอบประวัติ ระยะเวลาเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ไปจนถึงการจัดการข้อมูลพนักงานที่ลาออกแล้ว โดยเน้นแนวทางเชิงปฏิบัติที่นำไปปรับใช้ได้จริง ไม่ใช่การตีความตัวบทกฎหมายโดยละเอียด
บทความนี้อธิบายแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับทีมสรรหาบุคลากรที่ให้บริการหรือทำงานร่วมกับกลุ่มองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายของตนเองประกอบการตัดสินใจ
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment คืออะไร และเกี่ยวข้องกับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงอย่างไร
เมื่อพูดถึง PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ในบริบทขององค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือกระบวนการสรรหาบุคลากรทุกขั้นตอน ตั้งแต่เปิดรับสมัคร คัดกรองเรซูเม่ นัดสัมภาษณ์ จนถึงตรวจสอบประวัติก่อนรับเข้าทำงาน ล้วนเป็นการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร บริษัทจึงมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) ของข้อมูลผู้สมัครงานทุกคนที่ส่งใบสมัครเข้ามา ไม่ว่าจะได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม
สำหรับองค์กร ฝ่ายกฎหมาย Privacy Security และ Compliance ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการรู้ว่าข้อมูลผู้สมัครแต่ละประเภทถูกเก็บไว้ที่ใด ใครเข้าถึงได้บ้าง และส่งต่อไปยังระบบหรือผู้ให้บริการภายนอกรายใดบ้าง เพราะตำแหน่งงานในภาคการเงินและประกันมักต้องตรวจสอบประวัติผู้สมัครละเอียดกว่าอุตสาหกรรมทั่วไป ทำให้ต้องส่งข้อมูลผู้สมัครไปยังบริษัทตรวจสอบประวัติภายนอก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูล หากไม่มีภาพรวมที่ชัดเจน อาจตอบคำถามผู้สมัครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เมื่อถูกสอบถาม
บริษัทต้องขอความยินยอมจากผู้สมัครงานตอนไหนบ้าง
บริษัทต้องขอความยินยอมจากผู้สมัครงานตอนไหนบ้าง เป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุดสำหรับองค์กร ฝ่ายกฎหมาย Privacy Security และ Compliance ในทางปฏิบัติ การเก็บข้อมูลพื้นฐานเพื่อพิจารณาคัดเลือกตามตำแหน่งที่สมัคร เช่น เรซูเม่และประวัติการทำงาน มักอาศัยฐานความจำเป็นเพื่อดำเนินการตามคำขอก่อนทำสัญญาจ้างงาน ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมแยกต่างหาก แต่การเก็บข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่จำเป็น เช่น การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม การตรวจสุขภาพ หรือการเก็บเรซูเม่ไว้พิจารณาตำแหน่งอื่นในอนาคต จำเป็นต้องขอความยินยอมแยกต่างหากอย่างชัดเจน
สำหรับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง จุดที่มักลืมขอความยินยอมคือการเก็บเรซูเม่ของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ในฐานข้อมูลเพื่อพิจารณาตำแหน่งอื่นในอนาคต ซึ่งต้องแจ้งวัตถุประสงค์นี้และขอความยินยอมจากผู้สมัครแยกต่างหาก ไม่ใช่เก็บไว้โดยอัตโนมัติเพราะคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัครเอง
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ในใบสมัครงาน ต้องระวังอะไรบ้าง
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ในใบสมัครงาน ต้องระวังอะไรบ้าง เป็นอีกประเด็นที่องค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะแบบฟอร์มใบสมัครงานหลายแห่งยังมีช่องกรอกข้อมูลที่เข้าข่ายข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่จำเป็น เช่น ศาสนา หมู่เลือด หรือประวัติสุขภาพทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
| ประเภทข้อมูล | ตัวอย่าง | ควรเก็บหรือไม่ |
|---|---|---|
| ข้อมูลพื้นฐานเพื่อพิจารณาคัดเลือก | เรซูเม่ ประวัติการทำงาน วุฒิการศึกษา | เก็บได้ตามความจำเป็น |
| ข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง | ผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ผลตรวจสอบเครดิตบูโร และเอกสารรับรองคุณวุฒิที่ตำแหน่งงานด้านการเงินมักต้องขอเพิ่มเติมจากผู้สมัคร | เก็บได้เฉพาะเมื่อจำเป็นและขอความยินยอม |
| ข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็น | ศาสนา หมู่เลือด ข้อมูลครอบครัวโดยละเอียด | ไม่ควรเก็บหากไม่เกี่ยวข้องกับงาน |
เลื่อนซ้าย-ขวาได้บนมือถือ
แนวทางที่ทำได้จริงคือทบทวนแบบฟอร์มใบสมัครงานที่ใช้อยู่ ตัดช่องกรอกข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคัดเลือกออก และสำหรับข้อมูลอ่อนไหวที่จำเป็นต่อตำแหน่งจริง เช่นผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ผลตรวจสอบเครดิตบูโร และเอกสารรับรองคุณวุฒิที่ตำแหน่งงานด้านการเงินมักต้องขอเพิ่มเติมจากผู้สมัคร ควรระบุวัตถุประสงค์การเก็บให้ชัดเจนและขอความยินยอมแยกจากการสมัครงานทั่วไป
ขั้นตอนวางระบบดูแลข้อมูลผู้สมัครสำหรับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง
การนำแนวทาง PDPA ไปใช้จริงกับกระบวนการสรรหาบุคลากรไม่จำเป็นต้องปรับระบบทั้งหมด แต่ควรมีขั้นตอนพื้นฐานที่ทำเป็นประจำดังนี้
- ทบทวนแบบฟอร์มใบสมัครงานทุกตำแหน่ง ตัดช่องกรอกข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็นออก
- แจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลผู้สมัครไว้ในหน้าใบสมัครงานหรือประกาศรับสมัครให้ชัดเจน
- ขอความยินยอมแยกต่างหากสำหรับการตรวจสอบประวัติ การเก็บเรซูเม่ไว้พิจารณาตำแหน่งอื่นในอนาคต หรือการส่งข้อมูลให้บุคคลที่สาม
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลผู้สมัครเฉพาะทีม HR และผู้สัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นจริง
- ตรวจสอบสัญญาหรือข้อตกลงกับบริษัทตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและเครดิต ระบบ ATS ระดับองค์กร และผู้ให้บริการตรวจสุขภาพก่อนเข้างานว่าระบุขอบเขตการใช้ข้อมูลผู้สมัครไว้ชัดเจน
- กำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก และลบข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด
การแชร์ข้อมูลผู้สมัครกับบริษัทตรวจสอบประวัติ (Background Check) ต้องเปิดเผยอย่างไร
การแชร์ข้อมูลผู้สมัครกับบริษัทตรวจสอบประวัติ (Background Check) ต้องเปิดเผยอย่างไร เป็นคำถามที่องค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงควรตอบให้ชัดก่อนส่งข้อมูลผู้สมัครออกนอกองค์กร เพราะการตรวจสอบประวัติมักต้องส่งข้อมูล เช่นผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ผลตรวจสอบเครดิตบูโร และเอกสารรับรองคุณวุฒิที่ตำแหน่งงานด้านการเงินมักต้องขอเพิ่มเติมจากผู้สมัคร ไปยังบริษัทตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและเครดิต ระบบ ATS ระดับองค์กร และผู้ให้บริการตรวจสุขภาพก่อนเข้างานเพื่อดำเนินการตรวจสอบ
แนวทางปฏิบัติที่ดีคือแจ้งผู้สมัครล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสอบประวัติในขั้นตอนใด ขอความยินยอมจากผู้สมัครก่อนส่งข้อมูลออกไปจริง และทำสัญญาหรือข้อตกลงกับบริษัทตรวจสอบประวัติให้ครอบคลุมการใช้ข้อมูลเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์การตรวจสอบที่ตกลงกันเท่านั้น ไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
อย่าส่งข้อมูลผู้สมัครทั้งหมดในเรซูเม่ให้บริษัทตรวจสอบประวัติโดยไม่จำเป็น เช่น ส่งข้อมูลติดต่อครอบครัวทั้งที่บริษัทตรวจสอบต้องการเพียงข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนและประวัติที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานเท่านั้น เพราะขัดกับหลักการเก็บและส่งต่อข้อมูลเท่าที่จำเป็น
ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ข้อมูลจะถูกเก็บไว้นานแค่ไหน
ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ข้อมูลจะถูกเก็บไว้นานแค่ไหน คือคำถามที่องค์กร ฝ่ายกฎหมาย Privacy Security และ Complianceควรกำหนดคำตอบไว้ล่วงหน้าเป็นนโยบายภายใน ไม่ใช่ปล่อยให้เรซูเม่ของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกค้างอยู่ในระบบหรืออีเมลโดยไม่มีกำหนด แนวทางปฏิบัติที่ดีคือกำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ชัดเจน เช่น เก็บไว้ระยะหนึ่งเผื่อมีตำแหน่งใกล้เคียงเปิดรับในอนาคต แล้วลบหรือทำให้ไม่ระบุตัวตนเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด
หากต้องการเก็บเรซูเม่ผู้สมัครไว้นานกว่าระยะเวลาปกติเพื่อพิจารณาตำแหน่งอื่นในอนาคต ควรแจ้งและขอความยินยอมจากผู้สมัครแยกต่างหากตามที่กล่าวไว้ในหัวข้อก่อนหน้า และควรมีช่องทางให้ผู้สมัครขอให้ลบข้อมูลของตนเองได้ทุกเมื่อหากไม่ต้องการให้เก็บไว้ต่อ
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที
การตรวจสอบและเก็บหลักฐาน (Audit และ Evidence) สำหรับองค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง
เมื่อผู้สมัครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลใบสมัครงาน ทีม HR ควรมีหลักฐานพร้อมสนับสนุนได้เสมอ แนวทางตรวจสอบที่ควรทำเป็นประจำ ได้แก่ การทบทวนว่าแบบฟอร์มใบสมัครงานยังมีช่องกรอกข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็นหลงเหลืออยู่หรือไม่ การตรวจสอบว่าสัญญากับบริษัทตรวจสอบประวัติยังเป็นฉบับล่าสุดและครอบคลุมขอบเขตที่ใช้งานจริง และการเก็บบันทึกว่ามีการลบข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกตามกำหนดเวลาหรือไม่
หลักฐานที่มีประโยชน์ที่สุดเมื่อถูกร้องขอ คือเอกสารที่แสดงว่าทีม HR เก็บและส่งต่อข้อมูลผู้สมัครตามขอบเขตที่แจ้งไว้จริง พร้อมบันทึกเวลาที่ปรับปรุงแบบฟอร์มหรือเปลี่ยนแปลงผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติ การจัดเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบช่วยให้ตอบคำถามได้รวดเร็วโดยไม่ต้องรื้อค้นย้อนหลังทุกครั้ง
พนักงานที่ลาออกแล้ว ข้อมูลในระบบ HR ต้องจัดการอย่างไร
พนักงานที่ลาออกแล้ว ข้อมูลในระบบ HR ต้องจัดการอย่างไร เป็นคำถามที่องค์กร ฝ่ายกฎหมาย Privacy Security และ Complianceมักมองข้ามหลังกระบวนการสรรหาจบลง แนวทางปฏิบัติที่ดีคือแยกการจัดการข้อมูลเป็นสองส่วน คือข้อมูลที่ต้องเก็บไว้ตามกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายภาษี เช่น ประวัติการจ้างงานและเอกสารเงินเดือน ซึ่งมีระยะเวลาเก็บที่กำหนดไว้ชัดเจน กับข้อมูลอื่นที่ไม่จำเป็นต้องเก็บต่อ เช่น บันทึกการประเมินผลรายวันหรือข้อมูลติดต่อส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินเดือนหรือการอ้างอิงในอนาคต
ด้านความปลอดภัย องค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงควรเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงระบบ HR และบริษัทตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและเครดิต ระบบ ATS ระดับองค์กร และผู้ให้บริการตรวจสุขภาพก่อนเข้างานของพนักงานที่ลาออกทันทีที่พ้นสภาพ และจำกัดสิทธิ์เข้าถึงประวัติพนักงานเก่าเฉพาะทีม HR ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อออกเอกสารรับรองหรือตอบคำถามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
ในทางปฏิบัติ ทีม HR ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องสร้างระบบตรวจสอบขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่ควรผนวกขั้นตอนเหล่านี้เข้ากับบริษัทตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและเครดิต ระบบ ATS ระดับองค์กร และผู้ให้บริการตรวจสุขภาพก่อนเข้างานที่ใช้งานอยู่แล้ว เพื่อให้การดูแลข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานปกติ สำหรับภาพรวมแนวทาง PDPA ที่แยกตามกลุ่มธุรกิจ ดูหมวดรวมได้ที่ คลังความรู้ Business & Industry SEO และหากสนใจกลุ่มคลินิก โรงพยาบาล และธุรกิจสุขภาพ ดูแนวทางเฉพาะได้ที่ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment สำหรับคลินิก โรงพยาบาล และธุรกิจสุขภาพ ส่วนกลุ่มร้านค้าออนไลน์และ E-commerce ดูได้ที่ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment สำหรับร้านค้าออนไลน์และ E-commerce
ถ้าต้องการเริ่มต้นตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณเบื้องต้นแบบไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถลองใช้ เครื่องมือตรวจสอบเว็บไซต์ฟรีของ trusty เพื่อดูจุดที่ควรปรับปรุงก่อนได้
เช็กลิสต์ปฏิบัติ
- ทบทวนแบบฟอร์มใบสมัครงาน ตัดช่องกรอกข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็นออก
- แจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลผู้สมัครไว้ในประกาศรับสมัครงาน
- ขอความยินยอมแยกต่างหากสำหรับการตรวจสอบประวัติและการเก็บเรซูเม่ไว้ใช้ในอนาคต
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลผู้สมัครเฉพาะทีม HR และผู้สัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง
- กำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกและลบเมื่อครบกำหนด
- เพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงระบบ HR ของพนักงานที่ลาออกทันทีที่พ้นสภาพ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เก็บข้อมูลอ่อนไหวในใบสมัครงาน เช่น ศาสนาหรือหมู่เลือด โดยไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
- เก็บเรซูเม่ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ในฐานข้อมูลโดยไม่ขอความยินยอมและไม่มีกำหนดเวลา
- ส่งข้อมูลผู้สมัครทั้งหมดให้บริษัทตรวจสอบประวัติโดยไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
- ไม่เพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงระบบ HR ของพนักงานที่ลาออกไปแล้ว
- ให้พนักงานทุกคนในบริษัทเข้าถึงเรซูเม่และข้อมูลผู้สมัครทั้งหมดโดยไม่จำกัดสิทธิ์
สรุป
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ในบริบทขององค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เริ่มต้นจากการเข้าใจว่าข้อมูลผู้สมัครถูกเก็บและส่งต่อที่จุดใดของกระบวนการสรรหา ตัดข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็นออกจากแบบฟอร์ม ขอความยินยอมแยกสำหรับการตรวจสอบประวัติ กำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก และเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงเมื่อพนักงานลาออก องค์กร ฝ่ายกฎหมาย Privacy Security และ Complianceที่วางระบบเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะดูแลข้อมูลผู้สมัครและพนักงานได้อย่างมั่นใจมากขึ้นและลดความเสี่ยงเมื่อมีคำถามเกิดขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment คืออะไร
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment คือแนวทางปฏิบัติที่องค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงต้องทำตามเมื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานตลอดกระบวนการสรรหาบุคลากร ตั้งแต่รับใบสมัครจนถึงหลังประกาศผล ครอบคลุมทั้งการขอความยินยอม การดูแลข้อมูลอ่อนไหว และการส่งต่อข้อมูลให้บุคคลที่สาม
บริษัทต้องขอความยินยอมจากผู้สมัครงานตอนไหนบ้าง
ข้อมูลพื้นฐานเพื่อพิจารณาคัดเลือกตามตำแหน่งที่สมัครมักไม่ต้องขอความยินยอมแยก แต่การตรวจสอบประวัติ การตรวจสุขภาพ หรือการเก็บเรซูเม่ไว้พิจารณาตำแหน่งอื่นในอนาคต ต้องขอความยินยอมแยกต่างหากอย่างชัดเจน
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ในใบสมัครงาน ต้องระวังอะไรบ้าง
ควรตัดช่องกรอกข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน เช่น ศาสนาหรือหมู่เลือดออกจากแบบฟอร์ม และสำหรับข้อมูลอ่อนไหวที่จำเป็นต่อตำแหน่งจริง ต้องระบุวัตถุประสงค์และขอความยินยอมแยกต่างหาก
การแชร์ข้อมูลผู้สมัครกับบริษัทตรวจสอบประวัติ (Background Check) ต้องเปิดเผยอย่างไร
ควรแจ้งผู้สมัครล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสอบประวัติ ขอความยินยอมก่อนส่งข้อมูลออกไปจริง และทำสัญญากับบริษัทตรวจสอบประวัติให้ครอบคลุมการใช้ข้อมูลเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ตกลงกันเท่านั้น
ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ข้อมูลจะถูกเก็บไว้นานแค่ไหน
ควรกำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้เป็นนโยบายภายในให้ชัดเจน แล้วลบหรือทำให้ไม่ระบุตัวตนเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด หากต้องการเก็บนานกว่านั้นต้องขอความยินยอมแยกต่างหาก
บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)
ดูบทความอื่นในหมวด Business, Industry & SEOรวมคู่มือและเช็กลิสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ใน Trusty Knowledge Centerอ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

อัปเดต PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ปี 2026: สิ่งที่องค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงต้องทบทวน
สรุปสิ่งที่ฝ่ายบุคคลขององค์กรการเงินและประกันต้องทบทวนใหม่ในปี 2026 ตั้งแต่ข้อมูลผู้สมัครที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือกไปจนถึงสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลพนักงานภายในทีม

วิธี Audit PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ขององค์กรการเงิน ประกัน และธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง พร้อม Evidence ที่ควรเก็บ
ฝ่าย HR ขององค์กรการเงินและประกันมักตรวจสอบเฉพาะข้อมูลลูกค้า แต่ไม่เคย audit ข้อมูลผู้สมัครและพนักงานของตัวเองเลย บทความนี้วางกรอบ audit ที่ทำได้จริงเป็นรอบ
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที
