PDPA สำหรับ HR และ Recruitment คืออะไร? คู่มือสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เก็บ Lead
คู่มือ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment เจาะจงบริบทอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่รับใบสมัคร สัมภาษณ์ ตรวจประวัติ จ้างงาน จนถึงพ้นสภาพพนักงาน พร้อมจุดที่ต้องระวังข้อมูลอ่อนไหว

💬 สรุปสั้น ๆ
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ครอบคลุมข้อมูลผู้สมัครงานตั้งแต่รับใบสมัคร สัมภาษณ์ ตรวจประวัติ จนถึงหลังพ้นสภาพพนักงาน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องระวังข้อมูลอ่อนไหวจากการตรวจประวัติ และตัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าทันทีเมื่อพนักงานขายลาออก
สารบัญ
ทีม HR ของโครงการอสังหาริมทรัพย์เก็บข้อมูลผู้สมัครงานตั้งแต่วันที่ยื่นใบสมัคร ไปจนถึงหลายปีหลังพนักงานพ้นสภาพไปแล้ว ตลอดเส้นทางนั้นมีข้อมูลส่วนบุคคลไหลผ่านหลายระบบ ทั้งใบสมัคร ผลสัมภาษณ์ ผลตรวจประวัติ และเอกสารจ้างงาน ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้ขอบเขตของ PDPA ไม่ใช่แค่ข้อมูลลูกค้าที่ฝ่ายขายเก็บเท่านั้น
คู่มือนี้อธิบาย PDPA สำหรับงาน HR และ Recruitment โดยเจาะจงบริบทของโครงการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เก็บ Lead ซึ่งมักมีตำแหน่งงานเฉพาะทาง เช่น พนักงานขายที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก หรือพนักงานที่ต้องรับเงินสดจากลูกค้าโดยตรง เนื้อหาเป็นความรู้พื้นฐานสำหรับวางกระบวนการ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ขอบเขตของ PDPA ในกระบวนการสรรหาพนักงาน
หลายทีม HR เข้าใจว่า PDPA เกี่ยวข้องเฉพาะตอนพนักงานเข้าทำงานแล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลผู้สมัครงานทุกคนที่ส่งใบสมัครเข้ามา ไม่ว่าจะได้รับการจ้างงานหรือไม่ ล้วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสมตั้งแต่วันแรกที่ได้รับ
วงจรข้อมูลของกระบวนการสรรหา
- รวบรวม — รับใบสมัคร Resume และเอกสารประกอบผ่านช่องทางต่าง ๆ
- ใช้งาน — คัดกรอง นัดสัมภาษณ์ ประเมินผล
- จัดเก็บ — บันทึกในระบบ HR หรือแฟ้มเอกสารระหว่างกระบวนการ
- แบ่งปัน — ส่งต่อให้ผู้จัดการฝ่ายขายหรือบริษัทตรวจสอบประวัติภายนอก
- เก็บรักษา — เก็บไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดหลังจบกระบวนการ
- ลบทำลาย — ทำลายหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้เมื่อครบกำหนด
โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รับสมัครพนักงานขายเป็นรอบใหญ่ตามช่วงเปิดโครงการใหม่ มักมีผู้สมัครจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ ทำให้กระบวนการจัดการข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นจุดที่ต้องวางระบบให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ข้อมูลที่เก็บในแต่ละขั้นตอนการสมัครงาน
ขั้นประกาศรับสมัครและรับใบสมัคร
ประกาศรับสมัครงานควรระบุตำแหน่ง คุณสมบัติ และช่องทางส่งใบสมัครให้ชัดเจน ใบสมัครที่ได้รับมักมีชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และบางครั้งรวมรูปถ่าย ซึ่งทั้งหมดควรมีการแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลตั้งแต่ขั้นตอนนี้
ขั้นสัมภาษณ์
บันทึกผลสัมภาษณ์ คะแนนประเมิน และความคิดเห็นของผู้สัมภาษณ์ ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครเช่นกัน ควรจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจจ้างงานตำแหน่งนั้น ไม่ใช่เปิดให้ทั้งทีมขายดูได้ทั่วไป
ขั้นตรวจสอบประวัติ (Background Check)
ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินสดจากลูกค้าโดยตรง เช่น พนักงานเก็บเงินดาวน์หรือพนักงานขายบางตำแหน่ง มักมีการตรวจประวัติอาชญากรรมหรือประวัติเครดิตเพิ่มเติม ข้อมูลลักษณะนี้มีความอ่อนไหวสูงกว่าข้อมูลใบสมัครทั่วไป ควรแจ้งผู้สมัครล่วงหน้าและขอความยินยอมอย่างชัดเจนก่อนดำเนินการตรวจสอบ
ขั้นข้อเสนอจ้างงานและการจ้างงานจริง
เมื่อผู้สมัครได้รับการจ้างงาน ข้อมูลจะเปลี่ยนสถานะจากข้อมูลผู้สมัครเป็นข้อมูลพนักงาน ซึ่งจะเพิ่มเติมด้วยข้อมูลบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคารสำหรับจ่ายเงินเดือน และข้อมูลประกันสังคม ทีม HR ควรมีการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลชุดนี้แยกจากข้อมูลผู้สมัครทั่วไป
ขั้นพ้นสภาพพนักงาน
เมื่อพนักงานลาออกหรือพ้นสภาพ ต้องมีกระบวนการตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบ CRM อีเมลบริษัท และไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้าทันที เพราะพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์มักถือข้อมูล Lead จำนวนมากไว้ในมือ การไม่ตัดสิทธิ์ทันเวลาเป็นความเสี่ยงที่พบบ่อยเมื่อพนักงานขายเปลี่ยนงานไปทำกับคู่แข่ง
ข้อมูลอ่อนไหวที่พบบ่อยในการสรรหาพนักงานขาย
งาน HR อสังหาริมทรัพย์บางตำแหน่งมีโอกาสพบข้อมูลอ่อนไหวมากกว่าธุรกิจทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับการรับเงินสดและการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก
| สถานการณ์ | ข้อมูลอ่อนไหวที่อาจเกี่ยวข้อง | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ตำแหน่งรับเงินสดจากลูกค้า | ประวัติอาชญากรรม ประวัติเครดิต | ขอความยินยอมชัดเจน จำกัดผู้เข้าถึงผลตรวจ |
| ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน | ข้อมูลสุขภาพ | ยกระดับความเสี่ยงและส่งต่อ HR/DPO ตรวจเพิ่มเติม |
| สัมภาษณ์กลุ่มศาสนาหรือวัฒนธรรมเฉพาะทาง (เช่น ตำแหน่งขายในโครงการที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม) | ข้อมูลศาสนาหรือชาติพันธุ์ | เก็บเท่าที่จำเป็นจริงต่อการทำงานเท่านั้น |
เมื่อพบข้อมูลอ่อนไหวลักษณะนี้ในกระบวนการสรรหา ควรยกระดับความเสี่ยงและให้ทีมกฎหมายหรือ DPO ร่วมพิจารณาฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม แทนที่จะให้ทีม HR ตัดสินใจเพียงลำพัง
ฐานทางกฎหมายในกระบวนการจ้างงานที่ควรรู้เบื้องต้น
การประมวลผลข้อมูลผู้สมัครและพนักงานอาจอาศัยฐานทางกฎหมายหลายแบบขึ้นกับลักษณะข้อมูลและขั้นตอน เช่น การเตรียมทำสัญญาจ้างงาน หรือการปฏิบัติตามกฎหมายด้านแรงงานและประกันสังคม การเลือกฐานที่เหมาะสมในแต่ละกรณีควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานและ PDPA ร่วมพิจารณา เพราะรายละเอียดขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละตำแหน่งและแต่ละองค์กร
ผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล HR
งาน HR สมัยใหม่มักพึ่งพาระบบและบริการภายนอกหลายจุด ตั้งแต่ระบบติดตามผู้สมัคร ระบบจ่ายเงินเดือน ไปจนถึงบริษัทตรวจสอบประวัติ แต่ละจุดมีความเสี่ยงและข้อควรพิจารณาต่างกัน
ระบบ ATS (Applicant Tracking System)
ระบบติดตามผู้สมัครที่ใช้จัดการใบสมัครแทนสเปรดชีตช่วยลดความเสี่ยงจากการแชร์ไฟล์กระจัดกระจาย แต่ต้องตรวจว่าผู้ให้บริการ ATS เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน มีการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงตามตำแหน่งงานหรือไม่ และมีขั้นตอนลบข้อมูลผู้สมัครเมื่อครบกำหนดเก็บหรือไม่
ผู้ให้บริการ Payroll ภายนอก
โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางถึงเล็กมักใช้บริการ Payroll ภายนอกแทนการจ้างทีมบัญชีเงินเดือนเอง ข้อมูลเงินเดือน เลขบัญชีธนาคาร และข้อมูลประกันสังคมของพนักงานทั้งหมดจะถูกส่งให้ผู้ให้บริการรายนี้ทุกเดือน ควรมีข้อตกลงที่ระบุขอบเขตการใช้ข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัยเบื้องต้น และการลบข้อมูลเมื่อเลิกใช้บริการ
บริษัทตรวจสอบประวัติภายนอก
เมื่อจ้างบริษัทภายนอกตรวจประวัติอาชญากรรมหรือประวัติเครดิตของผู้สมัคร ต้องแน่ใจว่าบริษัทนั้นมีสิทธิ์ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และผลตรวจที่ส่งกลับมาถูกส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัย ไม่ใช่ส่งผ่านอีเมลส่วนตัวหรือไลน์ทั่วไปที่ไม่มีการควบคุม
Governance: ใครควรเป็นเจ้าของข้อมูล HR ในองค์กร
โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กมักไม่มีตำแหน่ง HR เต็มเวลา ทำให้งานสรรหาพนักงานตกอยู่กับผู้จัดการฝ่ายขายหรือเจ้าของโครงการโดยตรง ซึ่งอาจไม่มีกระบวนการจัดการข้อมูลที่เป็นระบบเท่าองค์กรที่มีทีม HR แยกต่างหาก
สิ่งที่ควรกำหนดให้ชัดแม้ไม่มีทีม HR เต็มเวลา
- กำหนดผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลข้อมูลผู้สมัครและพนักงาน แม้จะเป็นตำแหน่งอื่นที่ทำหน้าที่นี้เพิ่มเติม
- กำหนดว่าใครมีสิทธิ์อนุมัติการส่งข้อมูลพนักงานให้ผู้ให้บริการภายนอก เช่น Payroll หรือบริษัทตรวจประวัติ
- ทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล HR อย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนผู้จัดการฝ่ายขาย
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที
การเก็บรักษาและการเข้าถึงข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ได้รับคัดเลือก
ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกยังมีสิทธิ์ในข้อมูลของตนเองเช่นเดียวกับผู้สมัครที่ได้รับการจ้างงาน หลายองค์กรเก็บ Resume ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ "เผื่อมีตำแหน่งเปิดใหม่" โดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน ซึ่งควรมีนโยบายกำหนดระยะเก็บและแจ้งผู้สมัครไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะเก็บข้อมูลไว้นานเท่าใดหากต้องการเก็บไว้ใช้ในอนาคต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment
ต้องขอความยินยอมก่อนตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครหรือไม่ ควรแจ้งวัตถุประสงค์และขอบเขตการตรวจสอบให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้า และขอความยินยอมอย่างชัดเจนก่อนดำเนินการ เพราะข้อมูลประเภทนี้มีความอ่อนไหวสูงกว่าข้อมูลใบสมัครทั่วไป ควรให้ทีมกฎหมายช่วยยืนยันขั้นตอนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานแต่ละประเภท
เก็บ Resume ของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกได้นานแค่ไหน ควรกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนและแจ้งผู้สมัครไว้ล่วงหน้า แทนที่จะเก็บไว้ถาวรโดยไม่มีกำหนด หากต้องการเก็บไว้ใช้กับตำแหน่งอื่นในอนาคต ควรระบุเหตุผลและระยะเวลาให้ชัดเจนในเอกสารที่ผู้สมัครเห็นตั้งแต่ต้น
ต้องตัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าของพนักงานขายทันทีที่ลาออกหรือไม่ ควรดำเนินการทันทีที่พนักงานพ้นสภาพ เพราะพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์มักถือข้อมูล Lead จำนวนมาก การล่าช้าในการตัดสิทธิ์เป็นความเสี่ยงที่พบบ่อยเมื่อพนักงานเปลี่ยนไปทำงานกับคู่แข่ง
ข้อมูลผลสัมภาษณ์ควรให้ใครเข้าถึงได้บ้าง ควรจำกัดเฉพาะผู้ที่มีส่วนในการตัดสินใจจ้างงานตำแหน่งนั้น เช่น ผู้สัมภาษณ์และผู้อนุมัติ ไม่ควรเปิดให้พนักงานทั้งทีมเข้าถึงได้โดยไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่งาน
เช็กลิสต์ปฏิบัติ
- แจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลตั้งแต่ขั้นตอนรับใบสมัคร ไม่ใช่แจ้งตอนจ้างงานแล้วเท่านั้น
- ขอความยินยอมชัดเจนก่อนตรวจประวัติอาชญากรรมหรือข้อมูลอ่อนไหวอื่น ๆ
- จำกัดสิทธิ์เข้าถึงผลสัมภาษณ์และผลตรวจประวัติเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
- กำหนดระยะเก็บ Resume ของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกและแจ้งให้ผู้สมัครทราบ
- แยกการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลพนักงาน (บัตรประชาชน บัญชีธนาคาร) จากข้อมูลผู้สมัครทั่วไป
- ตัดสิทธิ์เข้าถึง CRM อีเมล และไฟล์ข้อมูลลูกค้าทันทีเมื่อพนักงานพ้นสภาพ
- ให้ทีมกฎหมายร่วมพิจารณาฐานทางกฎหมายเมื่อพบข้อมูลอ่อนไหวในกระบวนการสรรหา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครโดยไม่แจ้งวัตถุประสงค์หรือขอความยินยอมล่วงหน้า
- เก็บ Resume ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ถาวรโดยไม่มีกำหนดเวลาหรือแจ้งผู้สมัคร
- เปิดให้พนักงานขายทั้งทีมเข้าถึงผลสัมภาษณ์และข้อมูลเงินเดือนของเพื่อนร่วมงาน
- ไม่ตัดสิทธิ์เข้าถึง CRM ทันทีเมื่อพนักงานขายลาออกไปทำงานกับคู่แข่ง
- ไม่มีการแยกสิทธิ์เข้าถึงระหว่างข้อมูลผู้สมัครกับข้อมูลพนักงานที่จ้างงานแล้ว
สรุป
PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมตั้งแต่วันที่รับใบสมัครจนถึงหลังพ้นสภาพพนักงาน จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือข้อมูลอ่อนไหวจากการตรวจประวัติ การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงผลสัมภาษณ์และข้อมูลลูกค้า และการตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบทันทีเมื่อพนักงานพ้นสภาพ เนื้อหานี้เป็นความรู้พื้นฐานสำหรับวางกระบวนการ กรณีที่มีความซับซ้อนด้านกฎหมายแรงงานควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเพิ่มเติม ดูเช็กลิสต์ก่อนเปิดใช้งานได้ที่ เช็กลิสต์ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment และภาพรวมอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องที่ ศูนย์ความรู้ธุรกิจและอุตสาหกรรม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ต้องขอความยินยอมก่อนตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครหรือไม่
ควรแจ้งวัตถุประสงค์และขอบเขตการตรวจสอบให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้า และขอความยินยอมอย่างชัดเจนก่อนดำเนินการ เพราะข้อมูลประเภทนี้มีความอ่อนไหวสูงกว่าข้อมูลใบสมัครทั่วไป ควรให้ทีมกฎหมายช่วยยืนยันขั้นตอนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานแต่ละประเภท
เก็บ Resume ของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกได้นานแค่ไหน
ควรกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนและแจ้งผู้สมัครไว้ล่วงหน้า แทนที่จะเก็บไว้ถาวรโดยไม่มีกำหนด หากต้องการเก็บไว้ใช้กับตำแหน่งอื่นในอนาคต ควรระบุเหตุผลและระยะเวลาให้ชัดเจนในเอกสารที่ผู้สมัครเห็นตั้งแต่ต้น
ต้องตัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าของพนักงานขายทันทีที่ลาออกหรือไม่
ควรดำเนินการทันทีที่พนักงานพ้นสภาพ เพราะพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์มักถือข้อมูล Lead จำนวนมาก การล่าช้าในการตัดสิทธิ์เป็นความเสี่ยงที่พบบ่อยเมื่อพนักงานเปลี่ยนไปทำงานกับคู่แข่ง
ข้อมูลผลสัมภาษณ์ควรให้ใครเข้าถึงได้บ้าง
ควรจำกัดเฉพาะผู้ที่มีส่วนในการตัดสินใจจ้างงานตำแหน่งนั้น เช่น ผู้สัมภาษณ์และผู้อนุมัติ ไม่ควรเปิดให้พนักงานทั้งทีมเข้าถึงได้โดยไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่งาน
บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)
ดูบทความอื่นในหมวด Business, Industry & SEOรวมคู่มือและเช็กลิสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ใน Trusty Knowledge Centerอ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

อัปเดต PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ปี 2026: สิ่งที่อสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เก็บ Leadต้องทบทวน
ทีม HR อสังหาริมทรัพย์ที่เคยตรวจ PDPA ไว้เมื่อปีก่อน ควรทบทวนอะไรใหม่บ้างในปี 2026 เมื่อช่องทางสรรหาและผู้ให้บริการภายนอกเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่นโยบายเดิมรองรับ

วิธี Audit PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ของอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เก็บ Lead พร้อม Evidence ที่ควรเก็บ
แนวทางตรวจสอบ PDPA สำหรับกระบวนการสรรหาบุคลากรของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ใบสมัคร สำเนาบัตรประชาชน ไปจนถึง Evidence ที่ควรเก็บไว้เมื่อถูกตรวจสอบ
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที