trusty — Website Trust Platform
Data Governance

เปรียบเทียบแนวทางจัดการ Data Retention สำหรับร้านค้าออนไลน์และ E-commerce: ทำเอง ใช้ปลั๊กอิน หรือใช้แพลตฟอร์ม

ร้านค้าออนไลน์ทั่วไปมีระบบเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างน้อยห้าระบบพร้อมกัน ตั้งแต่ตะกร้าสินค้า ระบบชำระเงิน ไปจนถึงเครื่องมือรีมาร์เก็ตติ้ง แต่ละระบบควรมีระยะเวลาเก็บรักษาต่างกัน

📅 เผยแพร่ 12 สิงหาคม 2569อัปเดตล่าสุด 12 สิงหาคม 2569✍️ เขียนโดย trusty Editorial Team⏱ อ่าน 8 นาที
Detailed close-up of a blue bar graph showing data analysis on printed paper.
ภาพโดย RDNE Stock project จาก Pexels

💬 สรุปสั้น ๆ

ร้านที่มีระบบไม่กี่ตัวจัดการเองด้วยตารางเวลาได้ ร้านที่ใช้ Shopify หรือ WooCommerce อาศัยแอปหรือปลั๊กอินช่วยลบข้อมูลตะกร้าที่ถูกทิ้งได้ในระดับหนึ่ง ส่วนร้านที่มีทั้งเว็บหลักและหน้า Landing Page โฆษณาหลายชุดควรใช้แพลตฟอร์มที่เห็นภาพ Cookie และ Consent รวมทุกหน้าในที่เดียว

ร้านค้าออนไลน์ขนาดกลางแห่งหนึ่งเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในอย่างน้อยห้าระบบพร้อมกัน คือระบบร้านค้าหลัก ระบบชำระเงิน ระบบขนส่ง เครื่องมือแชทสนับสนุนลูกค้า และเครื่องมือรีมาร์เก็ตติ้งที่ทีมโฆษณาติดตั้งเพิ่มเอง แต่ละระบบมีนโยบายเก็บข้อมูลของตัวเองและแทบไม่เคยถูกนำมาเทียบกันว่าสอดคล้องกันหรือไม่ ตะกร้าสินค้าที่ลูกค้าทิ้งไว้โดยไม่ซื้อ อาจถูกเก็บไว้ในระบบนานกว่าที่ Privacy Policy ของร้านระบุไว้มาก โดยไม่มีใครในทีมรู้ตัว

Data Retention คือการกำหนดว่าข้อมูลแต่ละประเภทควรอยู่ในระบบนานเท่าไรก่อนลบหรือทำให้ระบุตัวตนไม่ได้ สำหรับ E-commerce ความท้าทายอยู่ที่ข้อมูลลูกค้าไหลผ่านหลายจุดสัมผัส (touchpoint) ตลอด Customer Journey ตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อไปจนถึงหลังได้รับสินค้า บทความนี้เทียบสามแนวทางจัดการ Data Retention ที่ร้านค้าออนไลน์เลือกใช้จริง โดยจัดเรียงตามช่วงเวลาที่ข้อมูลเกิดขึ้น

ก่อนสั่งซื้อ ข้อมูลอะไรเกิดขึ้นบ้างและควรเก็บนานแค่ไหน

ช่วงก่อนสั่งซื้อคือจุดที่มีข้อมูลเกิดขึ้นมากที่สุดแต่มูลค่าทางธุรกิจต่ำที่สุด เพราะลูกค้าจำนวนมากยังไม่ตัดสินใจซื้อจริง

  • ตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้งไว้ (abandoned cart) พร้อมอีเมลหรือเบอร์โทรที่กรอกไว้บางส่วน
  • ประวัติการค้นหาและการดูสินค้าบนเว็บไซต์
  • Cookie จาก Pixel โฆษณาที่ใช้ทำรีมาร์เก็ตติ้ง
  • อีเมลที่กรอกเพื่อรับส่วนลดหรือแจ้งเตือนสินค้ากลับมามีสต็อก

ข้อมูลกลุ่มนี้มักถูกเก็บไว้นานเกินจำเป็นเพราะทีมการตลาดต้องการใช้ทำรีมาร์เก็ตติ้งต่อเนื่อง แต่ถ้าลูกค้าไม่เคยกลับมาซื้อเลยภายในระยะเวลาหนึ่ง ร้านควรมีรอบทบทวนว่าจะเก็บข้อมูลนี้ต่อหรือควรลบ ไม่ใช่เก็บไว้ถาวรเพียงเพราะเก็บไว้แล้วไม่มีต้นทุนที่มองเห็นชัดในทันที คำถามที่ทีมการตลาดมักถามคือ ต้องเก็บข้อมูลตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้งไว้นานแค่ไหน คำตอบไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน แต่ร้านควรกำหนดรอบทบทวนของตัวเอง เช่นทุกสามถึงหกเดือน แล้วพิจารณาว่าลูกค้าที่ไม่เคยกลับมาซื้อภายในระยะเวลานั้นควรถูกลบข้อมูลตะกร้าออกหรือไม่ แทนที่จะเก็บไว้เรื่อยๆ โดยไม่มีการทบทวนเป็นรอบ

ระหว่างสั่งซื้อ ข้อมูลใดจำเป็นต้องเก็บและใดไม่จำเป็น

เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อ ข้อมูลที่จำเป็นจริงคือชื่อ ที่อยู่จัดส่ง และข้อมูลการชำระเงินที่ผ่านผู้ให้บริการชำระเงิน ส่วนข้อมูลอย่างอุปกรณ์ที่ใช้สั่งซื้อหรือ IP Address มักถูกเก็บไว้เพื่อป้องกันการฉ้อโกง ซึ่งมีเหตุผลรองรับได้ในระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่ควรเก็บไว้นานเท่ากับข้อมูลการสั่งซื้อหลัก

ร้านค้าหลายแห่งเข้าใจผิดว่าข้อมูลบัตรเครดิตถูกเก็บไว้ในระบบของตัวเอง ทั้งที่ระบบชำระเงินส่วนใหญ่ส่งต่อการประมวลผลไปยังผู้ให้บริการชำระเงินโดยตรง ร้านค้าจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เก็บข้อมูลบัตรแบบเต็มไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองโดยไม่จำเป็น

คำถามที่พบบ่อยจากเจ้าของร้านคือ ร้านค้าเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไว้เองหรือไม่ คำตอบคือร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บข้อมูลบัตรแบบเต็มไว้เอง เพราะการประมวลผลชำระเงินถูกส่งต่อไปยังผู้ให้บริการชำระเงินโดยตรงตามมาตรฐานที่ผู้ให้บริการกำหนด สิ่งที่ร้านค้าควรตรวจสอบคือฟอร์มหรือ Log ของระบบตัวเองไม่ได้บันทึกเลขบัตรแบบเต็มไว้โดยไม่ตั้งใจ เช่นในไฟล์ Error Log ที่ทีมพัฒนาลืมปิดการบันทึกข้อมูลอ่อนไหว

หลังส่งของ ข้อมูลลูกค้าควรอยู่ในระบบต่ออีกนานแค่ไหน

หลังส่งสินค้าเสร็จ ข้อมูลการสั่งซื้อยังมีความจำเป็นสำหรับการเคลมหรือรับเปลี่ยนสินค้าตามเงื่อนไขร้าน การคืนสินค้า และบันทึกทางบัญชีตามข้อกำหนดด้านภาษี ซึ่งมักมีระยะเวลาที่ยาวกว่าข้อมูลการตลาด ร้านค้าจึงควรแยกข้อมูลกลุ่มนี้ออกจากข้อมูลพฤติกรรมการเรียกดูสินค้าที่ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายให้เก็บไว้นานเท่ากัน

รีวิวสินค้าและข้อมูลติดต่อในระบบแชทสนับสนุนลูกค้าก็เป็นอีกจุดที่มักถูกลืม ร้านค้าจำนวนมากไม่มีนโยบายลบประวัติแชทเก่าเลย ทั้งที่ปัญหาที่ลูกค้าติดต่อมามักจบภายในไม่กี่สัปดาห์ การเก็บบทสนทนาไว้ถาวรจึงเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่มีประโยชน์ทางธุรกิจที่ชัดเจน หลายทีมสนับสนุนลูกค้าถามว่า ควรเก็บประวัติแชทสนับสนุนลูกค้านานเท่ากับข้อมูลการสั่งซื้อหรือไม่ คำตอบคือไม่ควรเท่ากันเสมอไป เพราะปัญหาที่ลูกค้าติดต่อผ่านแชทมักจบภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลการสั่งซื้อมีเหตุผลด้านการเคลมสินค้าและบัญชีภาษีที่ต้องเก็บนานกว่า ร้านค้าจึงควรแยกระยะเวลาเก็บรักษาของสองส่วนนี้ออกจากกันอย่างชัดเจนในนโยบาย ไม่ใช้ตัวเลขเดียวกันทั้งหมด

สามแนวทางจัดการ Data Retention ตามขนาดร้านค้า

แนวทางวิธีทำงานสิ่งที่ยังต้องเฝ้าระวัง
ทำเองเขียนนโยบายและลบข้อมูลตะกร้าเก่าหรือแชทเก่าด้วยมือตามรอบที่กำหนดต้องมีคนตรวจสอบสม่ำเสมอ เสี่ยงลืมเมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น
ใช้ปลั๊กอินหรือแอปใช้ฟีเจอร์ในแพลตฟอร์ม Shopify, WooCommerce หรือแอปเสริมลบข้อมูลตะกร้าอัตโนมัติควบคุมได้เฉพาะข้อมูลในระบบร้านค้าหลัก ไม่ครอบคลุม Pixel โฆษณาหรือแชท
ใช้แพลตฟอร์มรวมสถานะ Cookie, Tracking Script และ Consent ของเว็บหลักและหน้า Landing Page โฆษณาไว้ที่เดียวยังต้องเชื่อมกับนโยบายลบข้อมูลในระบบร้านค้าและระบบแชทแยกต่างหาก

ทำไมหน้า Landing Page โฆษณาถึงเป็นจุดเสี่ยงที่มองข้ามบ่อย

ร้านค้าออนไลน์ที่ทำโฆษณาหนักมักสร้างหน้า Landing Page แยกต่างหากจากเว็บหลักสำหรับแต่ละแคมเปญ หน้าเหล่านี้มักติด Pixel ของแพลตฟอร์มโฆษณาหลายตัวพร้อมกัน แต่ทีมการตลาดที่สร้างหน้าไม่ได้อยู่ทีมเดียวกับทีมที่ดูแลนโยบาย Privacy ของเว็บหลัก ทำให้หน้า Landing Page เหล่านี้มักไม่ถูกรวมอยู่ในนโยบาย Data Retention ที่ตั้งไว้สำหรับเว็บหลักเลย

เมื่อแคมเปญจบแล้ว หน้า Landing Page มักถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีใครลบ Pixel หรือปิดการเก็บข้อมูล ทำให้ข้อมูลผู้เข้าชมยังถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาต่อเนื่องแม้แคมเปญจะหยุดไปแล้ว การตรวจสอบหน้า Landing Page เก่าเป็นระยะจึงควรอยู่ในกระบวนการเดียวกับการตรวจสอบเว็บหลัก ไม่แยกออกจากกัน คำถามที่ทีมมักถามคือ หน้า Landing Page โฆษณาที่แคมเปญจบไปแล้วต้องตรวจสอบด้วยหรือไม่ คำตอบคือต้องตรวจสอบ เพราะ Pixel โฆษณาบนหน้าเหล่านั้นมักยังทำงานต่อแม้แคมเปญจะหยุดไปแล้ว หากไม่มีใครปิดหรือถอด Pixel ออก ข้อมูลผู้เข้าชมจะยังถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับอีกต่อไป ร้านค้าจึงควรมีรายการหน้า Landing Page ทั้งหมดที่เคยสร้างไว้ ไม่ใช่รู้แค่หน้าที่กำลังใช้งานอยู่ปัจจุบัน

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที

ทดลองใช้งานระบบฟรี

แพลตฟอร์มอย่าง trusty ช่วยตรงไหนสำหรับร้านค้าออนไลน์

trusty ช่วยสแกนเว็บไซต์ร้านค้าและหน้า Landing Page เพื่อดูว่ามี Cookie และ Tracking Script ใดทำงานอยู่ ช่วยจัดหมวดเบื้องต้นเป็น Necessary, Functional, Analytics และ Marketing และช่วยควบคุมให้ Script เหล่านี้ทำงานตามที่ผู้ใช้เลือกยินยอม ซึ่งเป็นความสามารถที่ใช้งานได้จริงในผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน ส่วนการลบข้อมูลตะกร้าสินค้า ประวัติการสั่งซื้อ หรือบทสนทนาในระบบแชท ยังเป็นการตั้งค่าที่ทีมร้านค้าต้องทำในระบบหลังบ้านของตัวเองแยกต่างหาก แพลตฟอร์มไม่ได้เข้าไปลบข้อมูลในฐานข้อมูลร้านค้าโดยตรง เจ้าของร้านมักถามว่า แพลตฟอร์มอย่าง trusty ช่วยลบข้อมูลตะกร้าสินค้าในระบบร้านค้าได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้โดยตรง trusty ช่วยสแกนและจัดการ Cookie, Tracking Script และ Consent บนเว็บไซต์และหน้า Landing Page เท่านั้น ส่วนการลบข้อมูลตะกร้าสินค้าหรือประวัติการสั่งซื้อในฐานข้อมูลร้านค้ายังเป็นการตั้งค่าที่ทีมร้านต้องทำเองในระบบหลังบ้าน เช่นการตั้งค่าในแอปเสริมของ Shopify หรือปลั๊กอินของ WooCommerce ที่ดูแลข้อมูลคำสั่งซื้อโดยเฉพาะ

เช็กลิสต์ปฏิบัติ

  • ทำ Data Inventory แยกตามช่วงเวลาของ Customer Journey ก่อนสั่งซื้อ ระหว่างสั่งซื้อ และหลังส่งของ
  • กำหนดรอบลบข้อมูลตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้งไว้นานเกินระยะเวลาที่กำหนด
  • ตรวจสอบว่าระบบชำระเงินไม่ได้เก็บข้อมูลบัตรแบบเต็มไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของร้านเอง
  • รวมหน้า Landing Page โฆษณาทุกแคมเปญเข้าในกระบวนการตรวจสอบ Cookie เดียวกับเว็บหลัก
  • กำหนดระยะเวลาเก็บบทสนทนาในระบบแชทสนับสนุนลูกค้าแยกจากข้อมูลการสั่งซื้อ
  • แยกระยะเวลาเก็บข้อมูลบัญชีและภาษีออกจากข้อมูลพฤติกรรมการตลาดอย่างชัดเจน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เก็บข้อมูลตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้งไว้ถาวรเพื่อทำรีมาร์เก็ตติ้งโดยไม่มีรอบทบทวน
  • ปล่อยหน้า Landing Page โฆษณาเก่าให้ Pixel ยังทำงานอยู่หลังแคมเปญจบไปแล้ว
  • ใช้ระยะเวลาเก็บรักษาเดียวกันกับข้อมูลบัญชีและข้อมูลพฤติกรรมการตลาด ทั้งที่ควรต่างกัน
  • ไม่มีนโยบายลบประวัติแชทสนับสนุนลูกค้าเก่าเลย
  • เข้าใจว่าปลั๊กอินของแพลตฟอร์มร้านค้าครอบคลุมข้อมูลจาก Pixel โฆษณาไปด้วย ทั้งที่เป็นคนละระบบ

สรุป

ร้านค้าออนไลน์ที่มีระบบไม่กี่ตัวเริ่มจากการทำเองด้วยตารางเวลาตรวจสอบได้ ร้านที่ใช้ Shopify หรือ WooCommerce อาศัยแอปช่วยจัดการข้อมูลในระบบหลักได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อร้านเริ่มมีหน้า Landing Page โฆษณาหลายชุดพร้อมกัน การใช้แพลตฟอร์มที่เห็นภาพ Cookie และ Consent รวมทุกหน้าช่วยลดจุดบอดที่ทีมการตลาดมักมองข้าม อ่านเพิ่มเติมที่ คู่มือ Data Retention สำหรับร้านค้าออนไลน์ และดูภาพรวมที่ ศูนย์ความรู้ Data Governance

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเก็บข้อมูลตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้งไว้นานแค่ไหน

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน แต่ร้านควรกำหนดรอบทบทวนของตัวเอง เช่นทุก 3-6 เดือน แล้วพิจารณาว่าลูกค้าที่ไม่เคยกลับมาซื้อควรถูกลบข้อมูลตะกร้าออกหรือไม่ แทนที่จะเก็บไว้ถาวรโดยไม่มีการทบทวน

ร้านค้าเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไว้เองหรือไม่

ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บข้อมูลบัตรแบบเต็มไว้เอง เพราะการประมวลผลชำระเงินถูกส่งต่อไปยังผู้ให้บริการชำระเงินโดยตรง ร้านค้าควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบของตัวเองไม่ได้บันทึกข้อมูลบัตรแบบเต็มไว้บนเซิร์ฟเวอร์โดยไม่จำเป็น

หน้า Landing Page โฆษณาที่แคมเปญจบไปแล้วต้องตรวจสอบด้วยหรือไม่

ต้องตรวจสอบ เพราะ Pixel โฆษณาบนหน้า Landing Page มักยังทำงานต่อแม้แคมเปญจะหยุดไปแล้ว หากไม่มีใครปิดหรือถอด Pixel ออก ข้อมูลผู้เข้าชมจะยังถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ

แพลตฟอร์มอย่าง trusty ช่วยลบข้อมูลตะกร้าสินค้าในระบบร้านค้าได้หรือไม่

ไม่ได้โดยตรง trusty ช่วยสแกนและจัดการ Cookie, Tracking Script และ Consent บนเว็บไซต์และหน้า Landing Page เท่านั้น ส่วนการลบข้อมูลตะกร้าสินค้าหรือประวัติการสั่งซื้อในฐานข้อมูลร้านค้ายังเป็นการตั้งค่าที่ทีมร้านต้องทำเองในระบบหลังบ้าน

ควรเก็บประวัติแชทสนับสนุนลูกค้านานเท่ากับข้อมูลการสั่งซื้อหรือไม่

ไม่ควรเท่ากันเสมอไป เพราะปัญหาที่ลูกค้าติดต่อผ่านแชทมักจบภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลการสั่งซื้อมีเหตุผลด้านการรับประกันและบัญชีภาษีที่ต้องเก็บนานกว่า ร้านค้าจึงควรแยกระยะเวลาเก็บรักษาของสองส่วนนี้ออกจากกัน

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที