trusty — Website Trust Platform
Policies & Notices

Privacy Notice คืออะไร? คู่มือสำหรับเอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์

เอเจนซีหลายทีมคิดว่าแปะ Privacy Policy ไว้ท้ายเว็บก็พอ แต่ Privacy Notice ที่จุดเก็บข้อมูลจริงคือคนละหน้าที่กัน คู่มือนี้อธิบายให้ครบตั้งแต่ต้นจนถึงการส่งมอบงานลูกค้า

📅 เผยแพร่ 25 กรกฎาคม 2569อัปเดตล่าสุด 25 กรกฎาคม 2569✍️ เขียนโดย trusty Editorial Team⏱ อ่าน 10 นาที
Close-up of business professionals signing a legal contract in an office setting.
ภาพโดย RDNE Stock project จาก Pexels

💬 สรุปสั้น ๆ

Privacy Notice คือข้อความแจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ณ จุดสัมผัสจริง เช่น ฟอร์มติดต่อ ฟอร์มขอใบเสนอราคา หรือ Live Chat ต่างจาก Privacy Policy ที่เป็นเอกสารภาพรวมทั้งเว็บไซต์ เอเจนซีและฟรีแลนซ์ที่รับงานทำเว็บไซต์ต้องวางระบบ Privacy Notice แยกตามแต่ละจุดเก็บข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย ไม่ใช่ใช้เทมเพลตเดียวซ้ำทุกโปรเจกต์ พร้อมมีกระบวนการตรวจสอบและส่งมอบเอกสารนี้ให้ลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของงานส่งมอบเว็บไซต์ ไม่ใช่ทำแล้วลืม

หลายเอเจนซีเข้าใจว่าแค่มี Privacy Policy หนึ่งหน้าแปะไว้ที่ footer เว็บไซต์ลูกค้าก็เพียงพอแล้วสำหรับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ความเข้าใจนี้ผิดในจุดสำคัญ เพราะ Privacy Policy เป็นเอกสารภาพรวมที่อธิบายว่าธุรกิจจัดการข้อมูลอย่างไรทั้งระบบ ขณะที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการแจ้งเจ้าของข้อมูล ณ จุดที่เก็บข้อมูลจริงด้วย ซึ่งคือหน้าที่ของ Privacy Notice ทีมเว็บไซต์ที่ส่งมอบเว็บให้ลูกค้าโดยมีแค่ Privacy Policy หน้าเดียวแต่ไม่มีข้อความแจ้งที่ฟอร์มติดต่อ ฟอร์มขอใบเสนอราคา หรือ Live Chat จึงยังมีช่องว่างสำคัญเหลืออยู่ ทั้งที่ลูกค้าอาจเข้าใจว่างานส่งมอบครบแล้ว

คู่มือนี้เขียนสำหรับเอเจนซีและฟรีแลนซ์ที่รับงานทำเว็บไซต์ให้ธุรกิจอื่น อธิบายว่า Privacy Notice คืออะไร ต่างจาก Privacy Policy อย่างไร ต้องวางไว้ที่จุดใดบ้างในเว็บไซต์ทั่วไป ขั้นตอนวางระบบให้ครอบคลุมหลายโปรเจกต์พร้อมกัน วิธีตรวจสอบเป็นรอบ เช็กลิสต์ก่อนส่งมอบงาน และสิ่งที่ควรติดตามเมื่อทำงานกับลูกค้าใหม่ในปี 2026 เพื่อให้ทีมพัฒนาเว็บไซต์มีกรอบทำงานที่ใช้ซ้ำได้กับทุกโปรเจกต์ โดยไม่ต้องเริ่มคิดใหม่ทุกครั้งที่รับลูกค้ารายใหม่

Privacy Notice คือข้อความแจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ณ จุดสัมผัสจริง เช่น ฟอร์มติดต่อ ฟอร์มขอใบเสนอราคา หรือ Live Chat ต่างจาก Privacy Policy ที่เป็นเอกสารภาพรวมทั้งเว็บไซต์ เอเจนซีและฟรีแลนซ์ที่รับงานทำเว็บไซต์ต้องวางระบบ Privacy Notice แยกตามแต่ละจุดเก็บข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย ไม่ใช่ใช้เทมเพลตเดียวซ้ำทุกโปรเจกต์ พร้อมมีกระบวนการตรวจสอบและส่งมอบเอกสารนี้ให้ลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของงานส่งมอบเว็บไซต์ แนวทางนี้เป็นหลักปฏิบัติเพื่อวางระบบและเก็บหลักฐาน ไม่ใช่การยืนยันว่าเว็บไซต์ที่ส่งมอบผ่านข้อกำหนดทางกฎหมายทุกกรณี ควรตรวจสอบภาระหน้าที่ตาม PDPA กับที่ปรึกษากฎหมายของลูกค้าโดยตรง

Privacy Notice ต่างจาก Privacy Policy อย่างไร ทำไมเอเจนซีต้องแยกให้ออก

Privacy Policy คือเอกสารกลางที่อธิบายภาพรวมการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของธุรกิจทั้งหมด ครอบคลุมประเภทข้อมูล วัตถุประสงค์ ระยะเวลาเก็บรักษา สิทธิของเจ้าของข้อมูล และช่องทางติดต่อ DPO เป็นเอกสารที่เผยแพร่ครั้งเดียวและใช้อ้างอิงได้ตลอด ส่วน Privacy Notice คือข้อความสั้นที่ปรากฏ ณ จุดที่เก็บข้อมูลจริง เพื่อบอกเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะที่กรอกข้อมูลว่าข้อมูลที่กำลังจะให้ไปนั้นจะถูกใช้ทำอะไร ตัวอย่างเช่น ฟอร์มขอใบเสนอราคาที่เก็บชื่อ อีเมล และเบอร์โทร ควรมีข้อความสั้น ๆ ใต้ฟอร์มระบุว่าข้อมูลนี้ใช้เพื่อติดต่อกลับเรื่องใบเสนอราคาเท่านั้น พร้อมลิงก์ไปยัง Privacy Policy ฉบับเต็มสำหรับรายละเอียด

ความสับสนที่พบบ่อยในทีมพัฒนาเว็บไซต์คือคิดว่าเขียน Privacy Policy ให้ครบแล้วเท่ากับจบงาน แต่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การแจ้งต้องเกิดขึ้น ณ จุดเก็บข้อมูล ไม่ใช่แค่ในเอกสารกลางที่ผู้ใช้ต้องไปคลิกหาเอง เอเจนซีที่เข้าใจความต่างนี้ตั้งแต่ขั้นวางแผนโปรเจกต์ จะสามารถออกแบบฟอร์มและจุดเก็บข้อมูลทุกจุดให้มีข้อความแจ้งที่เหมาะสมได้ตั้งแต่รอบ wireframe แทนที่จะต้องมาแก้ทีหลังตอนใกล้ส่งมอบงาน

จุดเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์ลูกค้าที่เอเจนซีต้องวาง Privacy Notice

เว็บไซต์ธุรกิจทั่วไปที่เอเจนซีรับพัฒนาให้ มักมีจุดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่าที่ทีมออกแบบคิดไว้ตอนแรก การไล่รายการจุดเหล่านี้ให้ครบเป็นขั้นตอนแรกของการวางระบบ Privacy Notice

ฟอร์มติดต่อและฟอร์มขอใบเสนอราคา

ฟอร์มเหล่านี้มักเก็บชื่อ อีเมล เบอร์โทร และบางครั้งรายละเอียดธุรกิจของผู้กรอก ควรมีข้อความแจ้งสั้น ๆ ใต้ปุ่มส่งฟอร์มหรือใกล้ช่องกรอกข้อมูล ระบุวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลให้ตรงกับความจริง เช่น ใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่ใช่ข้อความกว้าง ๆ ที่ก็อปมาจากเทมเพลตโดยไม่ตรวจว่าฟอร์มนั้นเก็บอะไรจริง

Live Chat และ Chatbot

เว็บไซต์ที่ติดตั้ง Live Chat หรือ Chatbot มักเก็บบทสนทนาทั้งหมดไว้ในระบบของผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งเป็นจุดที่เอเจนซีมักลืมใส่ Privacy Notice เพราะมองว่าเป็นแค่ปลั๊กอินที่ติดตั้งเสร็จแล้วจบ ทั้งที่บทสนทนาอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้พิมพ์เข้ามาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เลขบัตรประชาชนหรือที่อยู่ ควรมีข้อความแจ้งสั้น ๆ ก่อนเริ่มแชทว่าบทสนทนาจะถูกเก็บไว้และใช้เพื่อจุดประสงค์ใด

ระบบสมัครสมาชิก นัดหมาย และดาวน์โหลดเอกสาร

เว็บไซต์ที่มีระบบสมัครสมาชิก จองคิว นัดหมาย หรือดาวน์โหลดเอกสารแลกอีเมล ล้วนเป็นจุดเก็บข้อมูลที่ต้องมี Privacy Notice เฉพาะจุด เพราะแต่ละจุดมีวัตถุประสงค์ต่างกัน เช่น อีเมลที่กรอกเพื่อดาวน์โหลด ebook อาจถูกใช้ต่อเพื่อการตลาด ซึ่งต้องระบุแยกจากอีเมลที่ใช้แค่ยืนยันตัวตนสมาชิก การใช้ข้อความแจ้งเดียวกันซ้ำทุกจุดโดยไม่แยกวัตถุประสงค์ เป็นความผิดพลาดที่พบได้บ่อยในเว็บไซต์ที่ทีมพัฒนาเร่งส่งมอบตามกำหนดเวลา

ปรับข้อความแจ้งให้เหมาะกับแต่ละประเภทธุรกิจของลูกค้า

เอเจนซีที่รับงานหลากหลายอุตสาหกรรมมักเจอปัญหาว่าเทมเพลต Privacy Notice ที่เคยใช้ได้ผลดีกับลูกค้ารายหนึ่ง กลับไม่เหมาะกับลูกค้าอีกรายที่ธุรกิจต่างกัน ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่เก็บที่อยู่จัดส่งและประวัติการสั่งซื้อ ควรมีข้อความแจ้งที่พูดถึงการส่งต่อข้อมูลให้บริษัทขนส่งด้วย เพราะเป็นจุดที่ข้อมูลไหลออกนอกเว็บไซต์จริง ขณะที่เว็บไซต์บริษัทที่ปรึกษาหรือสำนักงานกฎหมายที่เก็บข้อมูลผ่านฟอร์มนัดปรึกษา มักมีรายละเอียดคดีความหรือสถานการณ์ส่วนตัวของผู้กรอกแนบมาด้วย ซึ่งควรมีข้อความแจ้งที่เน้นเรื่องการเก็บรักษาความลับเป็นพิเศษ แตกต่างจากร้านค้าออนไลน์ทั่วไป

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์เป็นอีกกลุ่มที่มีความเฉพาะตัว เพราะฟอร์มสอบถามโครงการมักขอข้อมูลรายได้หรือความสามารถในการผ่อนชำระ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนกว่าข้อมูลติดต่อทั่วไป และมักถูกส่งต่อให้ทีมขายหรือธนาคารพันธมิตรเพื่อประเมินสินเชื่อ เอเจนซีที่รับงานกลุ่มนี้ควรตรวจสอบกับลูกค้าโดยตรงว่าข้อมูลถูกส่งต่อให้ใครบ้าง แล้วนำมาเขียนข้อความแจ้งให้ตรงกับ flow จริง แทนที่จะคัดลอกข้อความจากโปรเจกต์ร้านค้าออนไลน์มาใช้ เพราะ flow การส่งต่อข้อมูลต่างกันโดยสิ้นเชิง หลักการสำคัญคือก่อนร่างข้อความแจ้งทุกครั้ง เอเจนซีควรถามลูกค้าให้ชัดว่าข้อมูลที่เก็บจากแต่ละฟอร์มจะถูกส่งต่อให้บุคคลที่สามรายใดบ้าง ไม่ใช่สันนิษฐานเอาจากประสบการณ์โปรเจกต์ก่อนหน้า

ขั้นตอนวางระบบ Privacy Notice สำหรับเอเจนซี

การวางระบบเริ่มจากการทำ data mapping ของโปรเจกต์แต่ละราย คือไล่ดูทุกฟอร์มและทุก integration ในเว็บไซต์ว่าจุดใดเก็บข้อมูลอะไรบ้าง จากนั้นร่างข้อความแจ้งเฉพาะจุดให้ตรงกับวัตถุประสงค์จริงของแต่ละจุด ไม่ใช้ข้อความเดียวซ้ำทุกที่ ขั้นต่อมาคือฝังข้อความแจ้งเข้าไปใน UI จริงตั้งแต่ขั้น development ไม่ใช่แปะเพิ่มทีหลังตอนใกล้ launch เพราะการฝังตั้งแต่ต้นทำให้ตำแหน่งดูเป็นธรรมชาติกว่าและไม่ถูกมองข้ามโดยผู้ใช้ ขั้นตอนสุดท้ายคือทดสอบทุกฟอร์มก่อนส่งมอบว่าข้อความแจ้งแสดงผลถูกต้องบนทุกอุปกรณ์ รวมถึงมือถือที่พื้นที่หน้าจอจำกัด เอเจนซีที่ต้องการรายละเอียดขั้นตอนแบบทีละสเต็ปพร้อมตัวอย่าง สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ วิธีวางระบบ Privacy Notice สำหรับเอเจนซี

การตรวจสอบ Privacy Notice เป็นรอบ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ

เว็บไซต์ที่เอเจนซีส่งมอบแล้วมักถูกลูกค้านำไปแก้ไขต่อเอง เช่น เพิ่มฟอร์มใหม่ เปลี่ยนปลั๊กอิน Live Chat หรือเพิ่มระบบสมัครสมาชิกใหม่ โดยไม่ได้แจ้งเอเจนซีที่เคยทำงานให้ Privacy Notice ที่เคยครบถ้วนตอนส่งมอบจึงอาจล้าหลังไปเร็วกว่าที่คิด เอเจนซีที่ให้บริการดูแลเว็บไซต์ต่อเนื่อง (maintenance retainer) ควรมีรอบตรวจ Privacy Notice ของลูกค้าแต่ละรายอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือทุกครั้งที่มีการเพิ่มฟอร์มหรือ integration ใหม่ พร้อมแจ้งลูกค้าหากพบจุดที่ต้องปรับปรุงเอกสาร รายละเอียดขั้นตอนตรวจสอบแบบเจาะจงดูได้ที่ คู่มือ Audit Privacy Notice สำหรับเอเจนซี

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที

ทดลองใช้งานระบบฟรี

เช็กลิสต์ก่อนส่งมอบเว็บไซต์ให้ลูกค้า

ก่อนปิดโปรเจกต์และส่งมอบเว็บไซต์ให้ลูกค้า ทีมควรไล่ตรวจว่าทุกฟอร์มมีข้อความแจ้งที่ตรงกับวัตถุประสงค์จริง ทุก Live Chat หรือ Chatbot มีข้อความแจ้งก่อนเริ่มสนทนา ลิงก์จาก Privacy Notice แต่ละจุดชี้ไปยัง Privacy Policy ฉบับเต็มถูกต้อง และมีการบันทึกไว้เป็นเอกสารว่าจุดใดในเว็บไซต์มีข้อความแจ้งอะไรบ้าง เพื่อให้ลูกค้าหรือทีมที่ดูแลต่อสามารถอ้างอิงได้ในอนาคต รายการเช็กลิสต์แบบละเอียดสำหรับทำงานจริงในแต่ละโปรเจกต์ดูได้ที่ เช็กลิสต์ Privacy Notice สำหรับเอเจนซี

สิ่งที่เอเจนซีควรติดตามในปี 2026

แนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยยังมีการปรับปรุงและออกแนวทางเพิ่มเติมเป็นระยะจากหน่วยงานกำกับดูแล เอเจนซีที่รับงานเว็บไซต์ต่อเนื่องควรติดตามประกาศหรือแนวปฏิบัติใหม่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างน้อยปีละสองครั้ง และทบทวนว่าเทมเพลต Privacy Notice ที่ใช้อยู่ยังสอดคล้องกับแนวทางล่าสุดหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่เริ่มรับลูกค้าใหม่ในกลุ่มธุรกิจที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งอาจมีจุดเก็บข้อมูลเฉพาะทางที่เทมเพลตเดิมไม่ครอบคลุม รายละเอียดสิ่งที่ควรทบทวนซ้ำในปี 2026 ดูได้ที่ อัปเดต Privacy Notice ปี 2026 สำหรับเอเจนซี

ตัวอย่าง: เว็บไซต์ที่ส่งมอบแล้วแต่ไม่มี Privacy Notice ที่จุดสมัครสมาชิก

ฟรีแลนซ์รายหนึ่งรับงานทำเว็บไซต์ให้คลินิกความงามขนาดกลาง โดยระบบที่พัฒนาให้มีฟอร์มนัดหมายออนไลน์ที่เก็บชื่อ เบอร์โทร และอาการที่ต้องการปรึกษา ซึ่งเป็นข้อมูลสุขภาพที่จัดเป็นข้อมูลอ่อนไหว ฟรีแลนซ์คนนี้ใช้ Privacy Policy เทมเพลตเดียวจากงานก่อนหน้าที่เคยทำให้ร้านขายของออนไลน์ โดยไม่ได้ปรับให้ตรงกับลักษณะข้อมูลของคลินิก และไม่มีข้อความแจ้งใด ๆ อยู่ที่ฟอร์มนัดหมายเลย

สามเดือนหลังเว็บไซต์เปิดใช้งาน คลินิกได้รับคำถามจากลูกค้ารายหนึ่งว่าอาการที่กรอกไว้ในฟอร์มนัดหมายจะถูกใช้ทำอะไรบ้าง และเจ้าของคลินิกไม่สามารถตอบได้ชัดเจนเพราะไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องนี้กับฟรีแลนซ์ตอนพัฒนาเว็บไซต์ เหตุการณ์นี้ทำให้คลินิกต้องจ้างฟรีแลนซ์กลับมาแก้ไขเร่งด่วน เพิ่มข้อความแจ้งเฉพาะจุดที่ฟอร์มนัดหมาย พร้อมปรับ Privacy Policy ให้ระบุการเก็บข้อมูลสุขภาพแยกจากข้อมูลทั่วไปอย่างชัดเจน บทเรียนจากกรณีนี้คือเทมเพลตที่ใช้ได้ดีกับธุรกิจหนึ่ง อาจไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจที่เก็บข้อมูลประเภทละเอียดอ่อนกว่า และการตรวจจุดเก็บข้อมูลของแต่ละโปรเจกต์อย่างจริงจังตั้งแต่ต้น คือสิ่งที่ป้องกันปัญหานี้ได้ตั้งแต่แรก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของเอเจนซีเรื่อง Privacy Notice

  • ใช้ Privacy Policy เทมเพลตเดียวซ้ำทุกโปรเจกต์โดยไม่ปรับตามลักษณะข้อมูลจริงของลูกค้าแต่ละราย
  • ลืมใส่ข้อความแจ้งที่ Live Chat หรือ Chatbot เพราะมองว่าเป็นแค่ปลั๊กอินสำเร็จรูป
  • ใช้ข้อความแจ้งเดียวกันซ้ำทุกฟอร์ม ทั้งที่แต่ละฟอร์มมีวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลต่างกัน
  • ไม่มีรอบตรวจ Privacy Notice หลังส่งมอบงาน ทั้งที่ลูกค้ามักแก้ไขเว็บไซต์เองต่อภายหลัง
  • ไม่บันทึกเอกสารว่าจุดใดในเว็บไซต์มีข้อความแจ้งอะไรบ้าง ทำให้ทีมที่ดูแลต่อไม่รู้จะอ้างอิงจากที่ใด

สรุป

Privacy Notice คือข้อความแจ้งเฉพาะจุดที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ต้องวางแยกจาก Privacy Policy ภาพรวม ครอบคลุมทุกฟอร์ม Live Chat และระบบสมัครสมาชิกที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลจริง การวางระบบตั้งแต่ขั้น development พร้อมมีรอบตรวจสอบและเช็กลิสต์ก่อนส่งมอบงาน จะช่วยให้เว็บไซต์ที่ส่งมอบมีความครบถ้วนมากกว่าการแปะ Privacy Policy หน้าเดียวแล้วจบ ดูภาพรวมหัวข้ออื่นในหมวด Policies & Notices เพิ่มเติมได้ที่ คลังความรู้ Policies & Notices

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แนวทางการแจ้งเจ้าของข้อมูลและหลักการเปิดเผยข้อมูลในบทความนี้ควรตรวจสอบเทียบกับแนวปฏิบัติของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) โดยตรง บทความนี้เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับทีมเอเจนซีและฟรีแลนซ์ ไม่ใช่การตีความข้อกำหนดทางกฎหมายแทนหน่วยงานกำกับดูแล

คำถามที่พบบ่อย

Privacy Notice กับ Privacy Policy ต้องทำแยกกันเสมอหรือไม่

ควรทำแยกกัน เพราะทำหน้าที่ต่างกัน Privacy Policy เป็นเอกสารภาพรวมทั้งเว็บไซต์ ส่วน Privacy Notice คือข้อความแจ้งเฉพาะจุดที่เก็บข้อมูลจริง เช่น ใต้ฟอร์มติดต่อหรือก่อนเริ่ม Live Chat ทั้งสองควรเชื่อมโยงกันแต่ไม่ใช่เอกสารเดียวกัน

เว็บไซต์ขนาดเล็กของธุรกิจ SME จำเป็นต้องมี Privacy Notice ทุกจุดหรือไม่

ควรมีที่ทุกจุดซึ่งเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจริง แม้เว็บไซต์จะมีแค่ฟอร์มติดต่อจุดเดียว ก็ควรมีข้อความแจ้งสั้น ๆ ระบุวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลนั้น ขนาดของเว็บไซต์ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าจำเป็นต้องมีหรือไม่

เอเจนซีควรรับผิดชอบต่อเนื่องเรื่อง Privacy Notice หลังส่งมอบงานหรือไม่

ขึ้นอยู่กับขอบเขตสัญญา หากเป็นงาน one-time โดยไม่มี retainer เอเจนซีควรระบุในเอกสารส่งมอบว่าลูกค้าต้องดูแลปรับปรุง Privacy Notice เองเมื่อเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลง แต่หากมีสัญญาดูแลต่อเนื่อง ควรบรรจุการตรวจ Privacy Notice เป็นส่วนหนึ่งของรอบดูแลด้วย

ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจสุขภาพหรือการเงินต้องระวังอะไรเป็นพิเศษเรื่อง Privacy Notice

ต้องระวังเรื่องข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลการเงิน ซึ่งควรมีข้อความแจ้งที่ชัดเจนกว่าข้อมูลทั่วไป และควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายของลูกค้าเพิ่มเติมว่าจำเป็นต้องขอความยินยอมแยกต่างหากหรือไม่ ไม่ควรใช้เทมเพลตทั่วไปกับข้อมูลประเภทนี้

การทำตามคู่มือนี้รับรองว่าเว็บไซต์ผ่าน PDPA หรือไม่

ไม่ใช่การรับรองทางกฎหมาย คู่มือนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับวางระบบและเก็บหลักฐาน แต่การตีความภาระหน้าที่ตาม PDPA ในแต่ละกรณีควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายของลูกค้าโดยตรง

อ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

Professional meeting with individuals signing legal documents in an office setting.
Policies & NoticesFreshness Update

อัปเดต Privacy Notice ปี 2026: สิ่งที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ต้องทบทวน

Privacy Notice ที่เอเจนซีวางไว้ให้ลูกค้าเมื่อปีก่อน อาจไม่ตรงกับเครื่องมือและฟอร์มที่เว็บใช้อยู่จริงในปี 2026 แล้ว บทความนี้รวบรวมจุดที่ควรทบทวนซ้ำก่อนถึงรอบตรวจครั้งถัดไป

อัปเดต 25 ก.ค. 2569· อ่าน 8 นาที
Close-up of two adults reviewing and signing a legal document with pens indoors.
Policies & NoticesAudit Guide

วิธี Audit Privacy Notice ของเอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ พร้อม Evidence ที่ควรเก็บ

เอเจนซีทำเว็บไซต์สองแบบเลือกวิธีต่างกันชัดเจน แบบแรกใช้เทมเพลต Privacy Notice เดียวแปะทุกไซต์ลูกค้า แบบที่สอง Audit แยกทีละไซต์ตามฟีเจอร์จริง บทความนี้เทียบผลลัพธ์ทั้งสองแนวทางและวางขั้นตอน Audit ที่เก็บ Evidence ได้จริง

อัปเดต 25 ก.ค. 2569· อ่าน 10 นาที

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที