trusty — Website Trust Platform
Privacy Fundamentals

เปรียบเทียบแนวทางจัดการ PDPA สำหรับเว็บไซต์ สำหรับเอเจนซีและฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์: ทำเอง ใช้ปลั๊กอิน หรือใช้แพลตฟอร์ม

เอเจนซีและฟรีแลนซ์ที่ต้องทำ PDPA ให้เว็บไซต์ลูกค้าหลายรายพร้อมกัน มักเจอทางแยกสามทาง ทำเองทุกโปรเจกต์ ใช้เครื่องมือสำเร็จรูป หรือใช้แพลตฟอร์มที่ทำซ้ำได้ บทความนี้เทียบทั้งสามแนวทางจากมุมของงานเอเจนซีโดยเฉพาะ

📅 เผยแพร่ 27 กรกฎาคม 2569อัปเดตล่าสุด 27 กรกฎาคม 2569✍️ เขียนโดย trusty Editorial Team⏱ อ่าน 8 นาที
Team analyzing documents and charts during a collaborative office meeting.
ภาพโดย Kindel Media จาก Pexels

💬 สรุปสั้น ๆ

เอเจนซีและฟรีแลนซ์จัดการ PDPA ให้เว็บไซต์ลูกค้าได้สามแนวทาง คือทำเองเฉพาะโปรเจกต์ ใช้เครื่องมือสร้างเอกสารอัตโนมัติ หรือใช้แพลตฟอร์มที่วางเป็นขั้นตอนมาตรฐานทำซ้ำได้ ทีมที่รับงานไม่กี่โปรเจกต์ต่อเดือนทำเองได้ ส่วนเอเจนซีที่ส่งมอบเว็บไซต์จำนวนมากควรมีขั้นตอนมาตรฐานเพื่อรักษาคุณภาพเอกสารให้สม่ำเสมอทุกโปรเจกต์

สารบัญ

เอเจนซีจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าการคัดลอกข้อความ Privacy Policy และแนวทาง PDPA จากเว็บไซต์ลูกค้ารายก่อนมาปรับใช้กับลูกค้ารายใหม่คือทางลัดที่ปลอดภัยและประหยัดเวลาที่สุด ความเชื่อนี้ตรงกันข้ามกับความจริงเกือบทั้งหมด เพราะลูกค้าแต่ละรายมีจุดเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์ไม่เหมือนกัน ธุรกิจขายของออนไลน์เก็บข้อมูลบัตรเครดิตและที่อยู่จัดส่ง ในขณะที่ธุรกิจบริการเก็บข้อมูลนัดหมายและเบอร์โทร การใช้ข้อความชุดเดียวกันซ้ำทุกโปรเจกต์จึงมักทำให้เอกสารไม่ตรงกับสิ่งที่เว็บไซต์นั้นเก็บข้อมูลจริง และกลายเป็นความเสี่ยงที่ทั้งเอเจนซีและลูกค้าต้องรับร่วมกันโดยไม่รู้ตัว

อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าความรับผิดชอบเรื่อง PDPA เป็นของลูกค้าเจ้าของเว็บไซต์ทั้งหมด เอเจนซีแค่ส่งมอบงานแล้วจบหน้าที่ ในทางปฏิบัติ หากเอเจนซีเป็นผู้เลือกและติดตั้งเครื่องมือเก็บข้อมูลหรือสคริปต์ติดตามพฤติกรรมให้ลูกค้า เอเจนซีมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลด้วยเช่นกัน บทความนี้เปรียบเทียบสามแนวทางที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ใช้จัดการ PDPA ให้เว็บไซต์ลูกค้าอยู่จริง เพื่อช่วยตัดสินใจว่าแนวทางใดเหมาะกับจำนวนโปรเจกต์และขนาดทีมของตนเอง

เอเจนซีและฟรีแลนซ์จัดการ PDPA ให้เว็บไซต์ลูกค้าได้สามแนวทางหลัก คือทำเองเฉพาะโปรเจกต์ ใช้เครื่องมือหรือเทมเพลตสร้างเอกสารอัตโนมัติ หรือใช้แพลตฟอร์มที่วางเป็นขั้นตอนมาตรฐานทำซ้ำได้ทุกโปรเจกต์ ทีมที่รับงานไม่กี่โปรเจกต์ต่อเดือนอาจทำเองได้ ส่วนเอเจนซีที่ส่งมอบเว็บไซต์จำนวนมากควรมีขั้นตอนมาตรฐานที่ทำซ้ำได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้เอกสารชุดเดียวกันซ้ำโดยไม่ปรับตามลูกค้าแต่ละราย

ทำไมแนวทาง "ทำเหมือนเดิมทุกโปรเจกต์" ถึงเสี่ยงกว่าที่เอเจนซีคิด

เว็บไซต์ที่เอเจนซีส่งมอบให้ลูกค้าแต่ละรายมักมีฟีเจอร์ต่างกัน บางเว็บไซต์มีระบบสมาชิก บางเว็บไซต์มีระบบตะกร้าสินค้า บางเว็บไซต์เชื่อมต่อกับระบบ CRM ของลูกค้าโดยตรง จุดเก็บข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์จึงต่างกันไปตามฟีเจอร์เหล่านี้ การนำข้อความ Privacy Policy จากโปรเจกต์เก่ามาใช้ซ้ำโดยไม่ตรวจสอบฟีเจอร์ของโปรเจกต์ใหม่ มักทำให้เอกสารระบุจุดเก็บข้อมูลไม่ครบ หรือระบุสิ่งที่เว็บไซต์ใหม่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งทั้งสองกรณีล้วนเป็นปัญหาเมื่อลูกค้าถูกตรวจสอบภายหลัง

ความรับผิดชอบทางกฎหมายไม่ได้หายไปเพราะเป็นงานรับจ้าง

เอเจนซีเว็บไซต์แห่งหนึ่งเคยส่งมอบเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ลูกค้าพร้อมติดตั้ง Pixel โฆษณาจากหลายแพลตฟอร์มตามที่ลูกค้าขอ โดยใช้ข้อความ Cookie Policy จากเทมเพลตเดิมที่เคยใช้กับโปรเจกต์ก่อนหน้า ภายหลังลูกค้าได้รับการติดต่อจากหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องการเก็บข้อมูลโดยไม่มีกลไกขอความยินยอมที่ถูกต้อง ลูกค้าจึงย้อนกลับมาสอบถามเอเจนซีว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบตั้งค่าคุกกี้เหล่านี้ตั้งแต่แรก กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าเอเจนซีไม่สามารถส่งมอบงานแล้วถือว่าหมดหน้าที่ได้ทันที หากเป็นผู้เลือกและติดตั้งเครื่องมือเก็บข้อมูลเอง

สามแนวทางที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ใช้จัดการ PDPA ให้เว็บไซต์ลูกค้า

เมื่อเข้าใจความเสี่ยงข้างต้นแล้ว เอเจนซีและฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่เลือกจัดการเรื่อง PDPA ด้วยหนึ่งในสามแนวทางต่อไปนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนโปรเจกต์ต่อเดือนและขนาดทีม

แนวทางที่ 1 — ทำเองเฉพาะโปรเจกต์

ฟรีแลนซ์หรือเอเจนซีขนาดเล็กที่รับงานไม่กี่โปรเจกต์ต่อเดือน มักเลือกสำรวจจุดเก็บข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์แยกกัน แล้วเขียนเอกสาร PDPA ให้ตรงกับฟีเจอร์ของเว็บไซต์นั้นโดยเฉพาะ ข้อดีคือเอกสารตรงกับความเป็นจริงของแต่ละโปรเจกต์มากที่สุด แต่ใช้เวลาต่อโปรเจกต์สูง และคุณภาพของเอกสารขึ้นอยู่กับความรู้ของผู้ที่ทำในแต่ละครั้ง หากทีมมีคนทำเอกสารหลายคนสลับกัน มาตรฐานของเอกสารแต่ละโปรเจกต์อาจไม่สม่ำเสมอ

แนวทางที่ 2 — ใช้เครื่องมือหรือเทมเพลตสร้างเอกสารอัตโนมัติ

เอเจนซีที่รับงานหลายโปรเจกต์ต่อเดือนมักใช้เครื่องมือสร้างเอกสารอัตโนมัติที่ให้กรอกข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าแล้วสร้าง Privacy Policy หรือ Cookie Policy ให้ทันที ข้อดีคือประหยัดเวลาต่อโปรเจกต์ได้มาก แต่เอกสารที่ได้มักเป็นข้อความทั่วไปที่ไม่ได้อ้างอิงฟีเจอร์เฉพาะของเว็บไซต์แต่ละแห่ง ทีมงานยังต้องเข้าไปปรับแก้ให้ตรงกับจุดเก็บข้อมูลจริงของลูกค้าแต่ละราย ไม่ใช่ส่งมอบเอกสารที่เครื่องมือสร้างให้โดยไม่มีใครตรวจทาน

แนวทางที่ 3 — ใช้แพลตฟอร์มที่วางเป็นขั้นตอนมาตรฐานทำซ้ำได้

เอเจนซีขนาดกลางถึงใหญ่ที่ส่งมอบเว็บไซต์เป็นจำนวนมากต่อเดือนมักลงทุนวางขั้นตอนมาตรฐาน เช่น แบบฟอร์มสำรวจจุดเก็บข้อมูลที่ทีมพัฒนาต้องกรอกทุกโปรเจกต์ก่อนขึ้นระบบจริง เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มที่ช่วยประกอบเอกสาร PDPA ตามข้อมูลที่กรอกและติดตามการอัปเดตเมื่อมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในภายหลัง แนวทางนี้ช่วยรักษามาตรฐานของเอกสารให้สม่ำเสมอทุกโปรเจกต์ และลดภาระที่ต้องพึ่งพาความรู้ของคนใดคนหนึ่งในทีม แต่ต้องลงทุนเวลาช่วงแรกในการวางขั้นตอนและฝึกทีมให้ใช้งานระบบอย่างสม่ำเสมอ

ตารางเปรียบเทียบสามแนวทาง

มิติทำเองเฉพาะโปรเจกต์เครื่องมือ/เทมเพลตอัตโนมัติแพลตฟอร์มมาตรฐานทำซ้ำได้
เวลาต่อโปรเจกต์สูง ทำใหม่ทุกครั้งต่ำ สร้างได้ทันทีปานกลาง หลังตั้งระบบครั้งแรก
ความตรงกับฟีเจอร์เว็บไซต์จริงสูงหากผู้ทำเข้าใจโปรเจกต์ดีต่ำถึงปานกลาง ต้องแก้ไขเพิ่มสูง เพราะอิงจากแบบฟอร์มสำรวจจริง
ความสม่ำเสมอของมาตรฐานทีมต่ำ ขึ้นกับผู้ทำแต่ละคนปานกลาง ขึ้นกับการแก้ไขภายหลังสูง ทุกโปรเจกต์ผ่านขั้นตอนเดียวกัน
ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ ใช้เวลาแรงงานต่ำถึงปานกลาง ค่าสมัครใช้งานสูง ต้องวางระบบและฝึกทีมก่อน
เหมาะกับจำนวนโปรเจกต์ต่อเดือน1-3 โปรเจกต์4-10 โปรเจกต์มากกว่า 10 โปรเจกต์ขึ้นไป

เลือกแนวทางให้เหมาะกับขนาดทีมและจำนวนโปรเจกต์ต่อเดือน

ฟรีแลนซ์ที่รับงานเว็บไซต์ไม่กี่โปรเจกต์ต่อเดือนและมีเวลาศึกษาแต่ละโปรเจกต์อย่างละเอียด แนวทางทำเองยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและควบคุมคุณภาพได้ดีที่สุด เอเจนซีขนาดกลางที่รับงานหลายโปรเจกต์พร้อมกันแต่ยังไม่มีขั้นตอนมาตรฐาน เครื่องมือสร้างเอกสารอัตโนมัติช่วยประหยัดเวลาช่วงเริ่มต้นได้ แต่ต้องมีคนตรวจทานทุกฉบับก่อนส่งมอบลูกค้าเสมอ ส่วนเอเจนซีที่เติบโตจนส่งมอบเว็บไซต์จำนวนมากต่อเดือน การลงทุนวางขั้นตอนมาตรฐานตั้งแต่แบบฟอร์มสำรวจจนถึงแพลตฟอร์มประกอบเอกสารมักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะลดความเสี่ยงจากกรณีที่เอกสารไม่ตรงกับฟีเจอร์จริงเหมือนกรณีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

ดูขั้นตอนสำรวจและวางเอกสารแบบละเอียดที่เอเจนซีทำตามได้จริงที่ วิธีวางระบบ PDPA สำหรับเว็บไซต์ ของเอเจนซีและฟรีแลนซ์

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที

ทดลองใช้งานระบบฟรี

สิ่งที่ต้องตกลงกับลูกค้าให้ชัดก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด เอเจนซีควรตกลงกับลูกค้าให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นโปรเจกต์ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาเอกสาร PDPA ขั้นสุดท้าย เอเจนซีอาจเป็นผู้ร่างเอกสารเบื้องต้นให้ แต่ลูกค้าในฐานะเจ้าของเว็บไซต์ควรเป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติเนื้อหาก่อนเผยแพร่จริงเสมอ เพราะลูกค้าเป็นผู้รู้รายละเอียดธุรกิจของตนเองดีที่สุด เช่น มีการส่งข้อมูลลูกค้าให้พันธมิตรทางธุรกิจรายใดเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เอเจนซีอาจไม่ทราบหากไม่มีการสอบถามชัดเจน

สัญญาว่าจ้างควรระบุด้วยว่าหลังส่งมอบงาน ใครเป็นผู้รับผิดชอบทบทวนเอกสารเมื่อเว็บไซต์มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในภายหลัง หากเอเจนซีไม่ได้รับงานดูแลต่อเนื่อง ควรแจ้งลูกค้าให้ชัดเจนว่าเอกสารที่ส่งมอบอ้างอิงจากฟีเจอร์ ณ วันที่ส่งมอบเท่านั้น และลูกค้าต้องทบทวนเองเมื่อเว็บไซต์เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดว่าเอเจนซีจะดูแลเอกสารให้ตลอดไปโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกแนวทางจัดการ PDPA ให้ลูกค้า

  • คัดลอกข้อความ Privacy Policy จากโปรเจกต์เก่ามาใช้ซ้ำโดยไม่ตรวจสอบฟีเจอร์ของเว็บไซต์ใหม่
  • ใช้เครื่องมือสร้างเอกสารอัตโนมัติแล้วส่งมอบให้ลูกค้าทันทีโดยไม่มีคนตรวจทาน
  • ไม่ตกลงกับลูกค้าให้ชัดเจนว่าใครรับผิดชอบทบทวนเอกสารเมื่อเว็บไซต์เปลี่ยนแปลงหลังส่งมอบ
  • ติดตั้งสคริปต์หรือ Pixel ตามที่ลูกค้าขอโดยไม่แจ้งว่าต้องปรับกลไกขอความยินยอมเพิ่มเติม
  • ปล่อยให้เอกสารมาตรฐานแตกต่างกันไปตามผู้ทำแต่ละคน โดยไม่มีขั้นตอนตรวจสอบร่วมกันในทีม

สรุป

การเลือกแนวทางจัดการ PDPA สำหรับเว็บไซต์ที่เอเจนซีและฟรีแลนซ์ส่งมอบให้ลูกค้า ไม่ควรตัดสินจากความเคยชินหรือความเชื่อว่าใช้เอกสารชุดเดิมซ้ำได้ทุกครั้ง ทำเองเหมาะกับทีมที่รับงานไม่กี่โปรเจกต์ต่อเดือน เครื่องมืออัตโนมัติช่วยประหยัดเวลาแต่ต้องมีคนตรวจทานเสมอ ส่วนแพลตฟอร์มมาตรฐานทำซ้ำได้เหมาะกับเอเจนซีที่ส่งมอบเว็บไซต์จำนวนมาก ดูรายการตรวจก่อนส่งมอบงานลูกค้าได้ที่ Checklist PDPA สำหรับเว็บไซต์ ของเอเจนซี และความเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่ อัปเดต PDPA ปี 2026 สำหรับเอเจนซี หรือดูภาพรวมหัวข้ออื่นในหมวดนี้ได้ที่ คลังความรู้ Privacy Fundamentals

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ตรวจสอบแนวทางเรื่องฐานทางกฎหมายและการประมวลผลข้อมูลแทนลูกค้าได้กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) โดยตรง เนื้อหานี้เป็นการเปรียบเทียบแนวทางปฏิบัติเพื่อประกอบการตัดสินใจของเอเจนซีและฟรีแลนซ์ ไม่ใช่การตีความข้อกำหนดทางกฎหมายแทนหน่วยงานกำกับดูแล

คำถามที่พบบ่อย

เอเจนซีขนาดเล็กที่รับงานไม่กี่โปรเจกต์ต่อเดือนควรเลือกแนวทางไหน

ทำเองเฉพาะโปรเจกต์ยังคุ้มค่าที่สุด เพราะควบคุมคุณภาพเอกสารได้ดีและเว็บไซต์แต่ละแห่งมีจุดเก็บข้อมูลไม่มากนัก

ใช้ข้อความจากเทมเพลตเดิมซ้ำทุกโปรเจกต์ได้หรือไม่

ไม่ควรใช้ซ้ำทั้งหมด เพราะแต่ละเว็บไซต์มีฟีเจอร์และจุดเก็บข้อมูลต่างกัน ต้องตรวจสอบและปรับเนื้อหาให้ตรงกับความเป็นจริงของแต่ละโปรเจกต์เสมอ

เอเจนซีต้องรับผิดชอบเรื่อง PDPA ของลูกค้าด้วยหรือไม่

หากเอเจนซีเป็นผู้เลือกและติดตั้งเครื่องมือเก็บข้อมูลหรือสคริปต์ติดตามพฤติกรรมให้ลูกค้า เอเจนซีมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลร่วมด้วย

แพลตฟอร์มมาตรฐานทำซ้ำได้เหมาะกับเอเจนซีขนาดไหน

เหมาะกับเอเจนซีที่ส่งมอบเว็บไซต์มากกว่าสิบโปรเจกต์ต่อเดือน เพราะช่วยรักษามาตรฐานเอกสารให้สม่ำเสมอโดยไม่ต้องพึ่งพาความรู้ของคนใดคนหนึ่ง

หลังส่งมอบเว็บไซต์แล้วใครต้องทบทวนเอกสาร PDPA เมื่อลูกค้าเพิ่มฟีเจอร์ใหม่

ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา หากไม่ได้รับงานดูแลต่อเนื่อง ควรระบุชัดเจนว่าลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบทบทวนเอกสารเองเมื่อเว็บไซต์เปลี่ยนแปลง

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที