ตัวอย่างและ Template PDPA สำหรับเว็บไซต์ สำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัย และธุรกิจการศึกษา
ตัวอย่างข้อความ Privacy Notice แบบฟอร์มขอความยินยอมผู้ปกครอง และตารางจัดหมวดคุกกี้ที่ทีมไอทีและฝ่ายทะเบียนของสถานศึกษานำไปปรับใช้ได้ พร้อมคำเตือนเรื่องจุดที่ต้องแก้ไขก่อนใช้จริง

💬 สรุปสั้น ๆ
Template PDPA ที่สถานศึกษาต้องเตรียมสำหรับเว็บไซต์อย่างน้อยมี Privacy Notice สำหรับระบบรับสมัคร แบบฟอร์มขอความยินยอมผู้ปกครองสำหรับผู้เยาว์ ตารางจัดหมวดคุกกี้ และแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิ ตัวอย่างในบทความนี้เป็นโครงร่างเริ่มต้นที่ต้องปรับให้ตรงกับข้อมูลที่เว็บไซต์แต่ละแห่งเก็บจริงก่อนใช้งาน ไม่ใช่ข้อความสำเร็จรูปที่ใช้ได้ทันที
สารบัญ
ฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งได้รับมอบหมายให้เตรียมเอกสารขอความยินยอมผู้ปกครองแนบไปกับใบแจ้งเปิดเทอม แต่เมื่อค้นหาตัวอย่างจากอินเทอร์เน็ตกลับพบแต่ Privacy Policy ของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่เขียนถึงตะกร้าสินค้าและการจัดส่ง ไม่มีตัวอย่างที่พูดถึงข้อมูลนักเรียน ผู้ปกครอง หรือระบบทะเบียนเลย บทความนี้รวบรวมตัวอย่างโครงร่างเอกสารที่ใช้กับบริบทของสถานศึกษาโดยเฉพาะ เพื่อให้ทีมงานมีจุดเริ่มต้นที่ตรงกับงานจริงมากกว่าเทมเพลตทั่วไป
ตัวอย่างทั้งหมดในบทความนี้เป็นโครงร่างสำหรับปรับแก้ ไม่ใช่ข้อความสำเร็จรูปที่คัดลอกไปใช้ได้ทันที เพราะแต่ละสถานศึกษาเก็บข้อมูลไม่เหมือนกัน สถานศึกษาที่มีข้อมูลอ่อนไหวหรือโครงสร้างซับซ้อนควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบก่อนเผยแพร่จริง
เอกสารที่เว็บไซต์สถานศึกษาควรเตรียมไว้
ก่อนลงรายละเอียดแต่ละตัวอย่าง ทีมงานควรรู้ก่อนว่าเว็บไซต์สถานศึกษาโดยทั่วไปต้องมีเอกสารกี่ประเภท เพื่อไม่ให้หลงคิดว่ามี Privacy Policy หน้าเดียวก็เพียงพอแล้ว ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าเอกสารชุดเดียวที่ใช้กับเว็บไซต์หลักสามารถครอบคลุมทั้งระบบรับสมัคร LMS และกิจกรรมพิเศษได้ในตัว ทั้งที่แต่ละจุดมีวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลต่างกันและควรมีเอกสารกำกับแยกกันตามความเหมาะสม
- Privacy Notice สำหรับระบบรับสมัครหรือระบบทะเบียนนักเรียน อธิบายว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร
- แบบฟอร์มขอความยินยอมผู้ปกครองสำหรับผู้เยาว์ แยกจากข้อความ Privacy Notice ทั่วไป
- Cookie Policy หรือส่วนอธิบายการใช้คุกกี้บนเว็บไซต์หลักและเว็บไซต์รับสมัคร
- แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิ สำหรับผู้ปกครองหรือนักเรียนที่ต้องการสอบถาม แก้ไข หรือขอให้ลบข้อมูล
- บันทึกเวอร์ชันเอกสาร ระบุวันที่ปรับปรุงล่าสุดของแต่ละเอกสารข้างต้น
ตัวอย่างข้อความ Privacy Notice สำหรับระบบรับสมัครนักเรียน
Privacy Notice ของระบบรับสมัครควรบอกผู้ปกครองตั้งแต่ต้นว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้เพื่ออะไร และติดต่อใครได้หากมีคำถาม ตัวอย่างโครงร่างด้านล่างเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเติมรายละเอียดจริงของสถานศึกษาแต่ละแห่งลงไป
[ตัวอย่างโครงร่าง — ต้องปรับให้ตรงกับข้อมูลจริง] "ระบบรับสมัครของ [ชื่อสถานศึกษา] เก็บข้อมูลของนักเรียนและผู้ปกครองที่กรอกในใบสมัคร ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ข้อมูลติดต่อผู้ปกครอง และเอกสารยืนยันตัวตนที่แนบมา เพื่อใช้พิจารณาการรับสมัคร ติดต่อกลับเรื่องผลการคัดเลือก และจัดทำทะเบียนนักเรียนหากได้รับการตอบรับ ข้อมูลที่แนบเพื่อยืนยันตัวตนจะเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองสามารถสอบถามหรือขอแก้ไขข้อมูลได้ที่ [อีเมล/เบอร์ติดต่อฝ่ายทะเบียน]"
ส่วนที่ต้องเติมเองคือชื่อสถานศึกษา รายการข้อมูลที่เก็บจริง ช่องทางติดต่อ และรายละเอียดว่าข้อมูลถูกส่งต่อให้บุคคลภายนอกหรือไม่ เช่น ผู้ให้บริการระบบรับสมัครที่เป็นบุคคลภายนอก หากมีการส่งต่อควรระบุไว้ในส่วนนี้ด้วย ไม่ควรเขียนแบบกว้าง ๆ ว่า "อาจส่งข้อมูลให้บุคคลที่สาม" โดยไม่บอกว่าเป็นใครและเพื่ออะไร
ตัวอย่างแบบฟอร์มขอความยินยอมผู้ปกครองสำหรับผู้เยาว์
เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ยังเป็นผู้เยาว์ แบบฟอร์มขอความยินยอมจึงควรแยกช่องยินยอมตามวัตถุประสงค์ ไม่ใช่ให้ติ๊กยอมรับทุกอย่างในช่องเดียว
[ตัวอย่างโครงร่าง] "ข้าพเจ้า [ชื่อผู้ปกครอง/ผู้ใช้อำนาจปกครอง] ในฐานะผู้ปกครองของ [ชื่อนักเรียน] รับทราบว่า [ชื่อสถานศึกษา] จะเก็บและใช้ข้อมูลของบุตรหลานตามที่ระบุใน Privacy Notice ข้างต้น และให้ความยินยอมดังนี้ — ยินยอมให้ใช้ข้อมูลเพื่อพิจารณาการรับสมัคร (จำเป็น) — ยินยอมให้ติดต่อผ่านอีเมล/SMS เพื่อแจ้งข่าวสารหลักสูตรเพิ่มเติม (เลือกได้) — ยินยอมให้ใช้ภาพถ่ายกิจกรรมของนักเรียนเพื่อประชาสัมพันธ์สถานศึกษา (เลือกได้)"
การแยกช่องยินยอมแบบนี้ทำให้ผู้ปกครองเลือกได้ว่าจะยินยอมส่วนไหนบ้าง และทำให้สถานศึกษามีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ปกครองยินยอมเรื่องใดจริง หากผู้ปกครองปฏิเสธช่องที่ไม่จำเป็น เช่น การใช้ภาพถ่ายเพื่อประชาสัมพันธ์ ระบบควรยังคงดำเนินการรับสมัครต่อได้ตามปกติ ไม่ควรผูกช่องยินยอมที่ไม่จำเป็นเข้ากับการดำเนินการหลัก
ตัวอย่างการจัดหมวดคุกกี้บนเว็บไซต์สถานศึกษา
เว็บไซต์รับสมัครและเว็บไซต์หลักของสถานศึกษามักมีคุกกี้และสคริปต์ติดตามหลายประเภท ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างการจัดหมวดที่ทีมไอทีนำไปปรับตามสคริปต์ที่ติดตั้งจริงบนเว็บไซต์ของตัวเอง
| หมวด | ตัวอย่างการใช้งาน | ผู้ปกครองเลือกปฏิเสธได้หรือไม่ |
|---|---|---|
| Necessary | รักษาสถานะล็อกอิน ป้องกันการส่งฟอร์มสมัครซ้ำ | ไม่ได้ (จำเป็นต่อการใช้งานฟอร์ม) |
| Functional | จดจำภาษาที่เลือก การตั้งค่าการแสดงผล | ได้ |
| Analytics | วัดผลว่าหน้าใดของเว็บไซต์รับสมัครมีผู้เข้าชมมากที่สุด | ได้ |
| Marketing | Pixel ติดตามผลแคมเปญโฆษณาแนะแนวหลักสูตร | ได้ |
เลื่อนซ้าย-ขวาได้บนมือถือ — ตัวอย่างนี้ต้องปรับตามสคริปต์ที่ติดตั้งจริงบนแต่ละเว็บไซต์
ก่อนเผยแพร่ตารางนี้บนเว็บไซต์จริง ทีมไอทีควรเปิดเครื่องมือตรวจสอบเครือข่ายของเบราว์เซอร์เพื่อไล่ดูว่ามีสคริปต์ตัวใดที่ยิง Request ออกไปแต่ไม่ปรากฏอยู่ในตารางเลย เพราะสคริปต์ที่ตกหล่นจากตารางมักเป็นตัวที่ฝ่ายการตลาดติดเพิ่มภายหลังโดยไม่แจ้งทีมไอที
ตัวอย่างข้อความแจ้งเตือนสำหรับกิจกรรมที่มีการบันทึกภาพหรือวิดีโอ
สถานศึกษาหลายแห่งถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอกิจกรรมนักเรียนเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย รวมถึงบันทึกการเรียนออนไลน์ผ่านระบบประชุมทางไกล กรณีเหล่านี้ควรมีข้อความแจ้งเตือนแยกต่างหากจาก Privacy Notice หลัก เพราะเป็นการเก็บข้อมูลที่มองเห็นและรับรู้ได้ทันทีของนักเรียนและผู้ปกครองที่มาร่วมงาน
[ตัวอย่างโครงร่าง] "กิจกรรมนี้มีการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์ [ชื่อสถานศึกษา] ผ่านเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลมีเดียของสถานศึกษา ผู้ปกครองที่ไม่ประสงค์ให้บุตรหลานปรากฏในภาพหรือวิดีโอที่เผยแพร่สามารถแจ้งครูประจำชั้นหรือฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ล่วงหน้าก่อนวันจัดกิจกรรม"
สำหรับการเรียนออนไลน์ผ่านระบบประชุมทางไกล ควรแจ้งนักเรียนและผู้ปกครองตั้งแต่ต้นภาคเรียนว่าการเรียนจะถูกบันทึกไว้หรือไม่ ใครเข้าถึงไฟล์บันทึกได้ และเก็บไว้นานเท่าใด แทนที่จะแจ้งเฉพาะปากเปล่าตอนเริ่มคาบเรียนซึ่งอาจตกหล่นได้ง่าย
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที
ตัวอย่างแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของผู้ปกครองหรือนักเรียน
สถานศึกษาควรมีช่องทางให้ผู้ปกครองหรือนักเรียนที่บรรลุนิติภาวะแล้วยื่นคำขอเกี่ยวกับข้อมูลของตนเองได้ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อน
[ตัวอย่างโครงร่าง] "แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล — ชื่อผู้ยื่นคำขอ / ความสัมพันธ์กับนักเรียน (ผู้ปกครอง/นักเรียน) / ประเภทคำขอ (ขอสำเนาข้อมูล, ขอแก้ไขข้อมูล, ขอให้ลบข้อมูล, ขอถอนความยินยอม) / รายละเอียดคำขอ / ช่องทางติดต่อกลับ — ส่งมาที่ [อีเมลฝ่ายทะเบียน] ทางสถานศึกษาจะตอบกลับภายในระยะเวลาที่แจ้งไว้ในนโยบายภายใน"
สถานศึกษาไม่ควรระบุระยะเวลาตอบกลับที่แต่งขึ้นเองโดยไม่มีนโยบายภายในรองรับ และไม่ควรเขียนว่าคำขอทุกประเภทจะได้รับการอนุมัติเสมอ เพราะบางคำขอ เช่น การลบข้อมูลที่ยังจำเป็นต้องใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่ดำเนินอยู่ อาจไม่สามารถทำได้ทันทีและต้องพิจารณาเป็นกรณีไป
วิธีปรับ Template เหล่านี้ให้ตรงกับสถานศึกษาของตัวเอง
- เริ่มจากสำรวจข้อมูลที่เว็บไซต์แต่ละจุดเก็บจริง แล้วนำมาแทนที่ส่วนที่เป็นวงเล็บในตัวอย่างข้างต้น
- ตรวจสอบว่ามีการส่งข้อมูลให้บุคคลภายนอกหรือไม่ เช่น ผู้ให้บริการระบบรับสมัคร ผู้ให้บริการอีเมล หรือแพลตฟอร์มโฆษณา แล้วระบุไว้ใน Privacy Notice
- ทดสอบแบบฟอร์มขอความยินยอมกับผู้ปกครองกลุ่มเล็กก่อนใช้งานจริง เพื่อดูว่าภาษาที่ใช้เข้าใจง่ายหรือไม่
- ปรับตารางคุกกี้ให้ตรงกับสคริปต์ที่ติดตั้งจริงบนเว็บไซต์ ไม่ใช่คัดลอกตัวอย่างไปทั้งหมด
- กำหนดระยะเวลาตอบกลับคำขอใช้สิทธิที่สถานศึกษาสามารถทำได้จริง แล้วระบุไว้ในนโยบายภายในก่อนเผยแพร่บนเว็บไซต์
- ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบเอกสารทั้งหมดก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลผู้เยาว์และข้อมูลสุขภาพ
เมื่อปรับ Template เสร็จแล้ว ทีมงานควรอ่านควบคู่กับ แนวทางจัดการ PDPA สำหรับเว็บไซต์การศึกษา เพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารที่เขียนสอดคล้องกับภาพรวมของระบบ และใช้ เช็กลิสต์ตรวจสอบเว็บไซต์สถานศึกษา ไล่ตรวจก่อนเผยแพร่จริง
เช็กลิสต์ปฏิบัติ
- แทนที่ข้อความในวงเล็บของทุกตัวอย่างด้วยข้อมูลจริงของสถานศึกษาก่อนใช้งาน
- ระบุชื่อผู้ให้บริการภายนอกที่เข้าถึงข้อมูลนักเรียนหรือผู้ปกครองไว้ใน Privacy Notice
- แยกช่องยินยอมตามวัตถุประสงค์ในแบบฟอร์มขอความยินยอมผู้ปกครอง
- ปรับตารางคุกกี้ให้ตรงกับสคริปต์ที่ติดตั้งจริง ไม่ใช้ตัวอย่างแบบคัดลอกทั้งหมด
- กำหนดระยะเวลาตอบกลับคำขอใช้สิทธิที่ทำได้จริงและระบุไว้ในนโยบายภายใน
- ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะส่วนข้อมูลผู้เยาว์และข้อมูลสุขภาพ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ Template แบบไม่ปรับแก้
- คัดลอก Privacy Notice ของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือธุรกิจทั่วไปมาใช้ทั้งหมดโดยไม่ปรับให้พูดถึงข้อมูลนักเรียนและผู้ปกครอง
- ปล่อยข้อความในวงเล็บ เช่น [ชื่อสถานศึกษา] หรือ [อีเมลฝ่ายทะเบียน] ไว้ในเอกสารที่เผยแพร่จริงโดยลืมแทนที่
- ให้ช่องยินยอมเดียวครอบคลุมทั้งการรับสมัครและการรับข่าวสารการตลาด ทำให้ผู้ปกครองเลือกปฏิเสธเฉพาะส่วนที่ไม่จำเป็นไม่ได้
- ใช้ตารางคุกกี้ตัวอย่างทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบว่าเว็บไซต์จริงติดตั้งสคริปต์ตรงตามนั้นหรือไม่
- ระบุระยะเวลาตอบกลับคำขอใช้สิทธิที่สั้นเกินกว่าที่ทีมงานจริงจะทำได้ ทำให้ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ปกครอง
สรุป
Template และตัวอย่างในบทความนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับสถานศึกษาที่ยังไม่มีเอกสาร PDPA เฉพาะทางของตัวเอง ไม่ใช่ข้อความสำเร็จรูปที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ปรับแก้ ทีมงานควรแทนที่ทุกส่วนที่เป็นตัวอย่างด้วยข้อมูลจริง ตรวจสอบว่าข้อมูลถูกส่งต่อให้ใครบ้าง และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะเมื่อเอกสารเกี่ยวข้องกับข้อมูลผู้เยาว์และข้อมูลสุขภาพของนักเรียน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
Template Privacy Notice ในบทความนี้ใช้ได้ทันทีหรือไม่
ใช้ไม่ได้ทันที เป็นเพียงโครงร่างเริ่มต้นที่ต้องแทนที่ข้อความในวงเล็บด้วยข้อมูลจริงของสถานศึกษา เช่น ชื่อสถานศึกษา รายการข้อมูลที่เก็บจริง และช่องทางติดต่อ ก่อนนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์
แบบฟอร์มขอความยินยอมผู้ปกครองควรแยกช่องยินยอมอย่างไร
ควรแยกช่องยินยอมตามวัตถุประสงค์ เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อพิจารณาการรับสมัคร การติดต่อข่าวสารการตลาด และการใช้ภาพถ่ายเพื่อประชาสัมพันธ์ แทนที่จะรวมเป็นช่องยินยอมเดียว เพื่อให้ผู้ปกครองเลือกปฏิเสธเฉพาะส่วนที่ไม่จำเป็นได้
ตารางจัดหมวดคุกกี้ตัวอย่างในบทความนี้ใช้กับทุกเว็บไซต์สถานศึกษาได้เลยหรือไม่
ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ต้องปรับให้ตรงกับสคริปต์ที่ติดตั้งจริงบนเว็บไซต์แต่ละแห่ง เพราะแต่ละสถานศึกษาอาจติดตั้งเครื่องมือวิเคราะห์หรือโฆษณาต่างกัน
แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของผู้ปกครองควรมีข้อมูลอะไรบ้าง
ควรมีชื่อผู้ยื่นคำขอ ความสัมพันธ์กับนักเรียน ประเภทคำขอ เช่น ขอสำเนาข้อมูล ขอแก้ไข ขอลบ หรือขอถอนความยินยอม รายละเอียดคำขอ และช่องทางติดต่อกลับ พร้อมระบุระยะเวลาตอบกลับที่สถานศึกษาทำได้จริงตามนโยบายภายใน
บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)
ดูบทความอื่นในหมวด Privacy Fundamentalsรวมคู่มือและเช็กลิสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ใน Trusty Knowledge Centerอ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

อัปเดต PDPA สำหรับเว็บไซต์ ปี 2026: สิ่งที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย และธุรกิจการศึกษาต้องทบทวน
สรุปสิ่งที่เว็บไซต์โรงเรียน มหาวิทยาลัย และธุรกิจการศึกษาต้องทบทวนด้าน PDPA ทุกปี พร้อมสัญญาณเตือนและวิธีทำ Freshness Review แบบเร็ว

วิธี Audit PDPA สำหรับเว็บไซต์ ของโรงเรียน มหาวิทยาลัย และธุรกิจการศึกษา พร้อม Evidence ที่ควรเก็บ
คู่มือ Audit PDPA สำหรับเว็บไซต์โรงเรียน มหาวิทยาลัย และธุรกิจการศึกษาแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่กำหนดขอบเขต เก็บหลักฐาน ทดสอบจริง ไปจนถึงสรุปรายงาน
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที