trusty — Website Trust Platform
Privacy Fundamentals

ตัวอย่างและ Template PDPA สำหรับเว็บไซต์โรงแรม ท่องเที่ยว และแพลตฟอร์มจองบริการ

ตัวอย่างข้อความ Cookie Banner หัวข้อ Privacy Policy และแบบฟอร์มยินยอมที่ปรับใช้กับเว็บไซต์โรงแรมและทัวร์ได้ พร้อมคำอธิบายจุดที่ต้องแก้ไขก่อนนำไปใช้จริง

📅 เผยแพร่ 10 กันยายน 2569อัปเดตล่าสุด 10 กันยายน 2569✍️ เขียนโดย trusty Editorial Team⏱ อ่าน 8 นาที
Modern team collaboration in office with laptops and tablets focusing on charts and communication.
ภาพโดย Artem Podrez จาก Pexels

💬 สรุปสั้น ๆ

Template ด้าน PDPA สำหรับธุรกิจโรงแรมและทัวร์ควรใช้เป็นโครงร่างตั้งต้นเท่านั้น ต้องปรับข้อความ Cookie Banner หัวข้อ Privacy Policy และแบบฟอร์มยินยอมให้ตรงกับข้อมูลที่เว็บไซต์เก็บจริง เช่น ข้อมูลหนังสือเดินทาง วิดเจ็ต OTA และผู้ร่วมเดินทางในทัวร์กลุ่ม ก่อนนำไปใช้งานจริงเสมอ

สารบัญ

ทีมการตลาดของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งเปิดเว็บไซต์จองทัวร์ใหม่และต้องการข้อความ Cookie Banner กับ Privacy Policy ให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ก่อนแคมเปญเปิดตัว จึงคัดลอกข้อความจากเว็บไซต์โรงแรมอีกแห่งมาแปลงเล็กน้อย โดยไม่ได้ตรวจว่าโรงแรมต้นทางเก็บข้อมูลหนังสือเดินทางส่วนบริษัททัวร์ของตัวเองไม่ได้เก็บ แต่กลับไม่ได้พูดถึงข้อมูลผู้ร่วมเดินทางในทัวร์กลุ่มที่ตัวเองเก็บจริง ผลคือ Privacy Policy หน้าใหม่ผ่านการรีวิวเร็ว แต่ไม่ตรงกับสิ่งที่เว็บไซต์เก็บจริงเลย

บทความนี้รวบรวมตัวอย่างข้อความและโครงร่างที่ธุรกิจโรงแรม ทัวร์ และแพลตฟอร์มจองบริการนำไปปรับแก้ได้เร็วขึ้น พร้อมระบุจุดที่ต้องแก้ไขให้ตรงกับข้อมูลจริงของแต่ละธุรกิจก่อนเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความสำเร็จรูปที่ใช้แทนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญได้

Template ควรเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป

ก่อนใช้ตัวอย่างใดในบทความนี้ ทีมงานควรเตียมรายการข้อมูลที่เว็บไซต์ของตัวเองเก็บจริงไว้ก่อน เช่น ฟอร์มจองห้องพัก วิดเจ็ต OTA หน้าแพ็กเกจทัวร์ และเคาน์เตอร์เช็กอิน แล้วนำ Template มาเทียบทีละบรรทัดว่าตรงกับสิ่งที่เก็บจริงหรือไม่ ส่วนที่ไม่มีในเว็บไซต์ของตัวเองควรตัดออก ส่วนที่เว็บไซต์เก็บแต่ Template ไม่มีควรเพิ่มเข้าไป การใช้ Template โดยไม่เทียบขั้นตอนนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้ Privacy Policy ไม่ตรงกับความเป็นจริงของธุรกิจ

ข้อความยินยอมสำหรับเว็บจองตรง

ตัวอย่างโครงร่างข้อความบน Banner ที่ปรับใช้ได้ เช่น หัวข้อ "เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ระบบค้นหาห้องว่างและจองห้องพักทำงานได้ วิเคราะห์การใช้งาน และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง" ตามด้วยปุ่ม "ยอมรับทั้งหมด" "ปฏิเสธทั้งหมด" และ "ตั้งค่า" ที่มีน้ำหนักการมองเห็นเท่ากัน ส่วนหมวดตั้งค่าควรแยกอย่างน้อยเป็นจำเป็น วิเคราะห์ และโฆษณา พร้อมคำอธิบายสั้นว่าแต่ละหมวดใช้ทำอะไรกับข้อมูลของผู้เข้าชม

ข้อความสำหรับหน้าแพ็กเกจทัวร์ที่มีฟอร์มสอบถาม

หน้าแพ็กเกจทัวร์ที่มีฟอร์มให้กรอกเบอร์โทรเพื่อให้พนักงานขายติดต่อกลับ ควรมีข้อความสั้นใต้ฟอร์มอธิบายว่าข้อมูลจะถูกใช้เพื่อติดต่อเสนอโปรแกรมทัวร์เท่านั้น พร้อมลิงก์ไปหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับเต็ม แทนที่จะมีเพียงปุ่ม "ส่ง" โดยไม่มีคำอธิบายใด

Template หัวข้อ Privacy Policy ที่ต้องปรับให้ตรงกับธุรกิจท่องเที่ยว

โครงร่างหัวข้อที่ Privacy Policy ของธุรกิจโรงแรมและทัวร์ควรมี นอกเหนือจากหัวข้อมาตรฐานทั่วไป ได้แก่

  • ประเภทข้อมูลที่เก็บจากช่องทางจองแต่ละประเภท แยกเว็บตรง OTA และ Walk-in
  • การเก็บและใช้ข้อมูลหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของผู้เข้าพัก
  • การส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการวิดเจ็ตจอง Channel Manager และ PMS
  • การส่งข้อมูลข้ามพรมแดนเมื่อผู้ให้บริการอยู่นอกประเทศไทย
  • สิทธิของเจ้าของข้อมูลและช่องทางติดต่อกรณีต้องการใช้สิทธิ

แต่ละหัวข้อควรเขียนจากสิ่งที่เว็บไซต์เก็บจริง ไม่ใช่คัดลอกชื่อผู้ให้บริการหรือระยะเวลาการเก็บจากเว็บไซต์อื่นมาใส่ เพราะระยะเวลาการเก็บและผู้ให้บริการของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน

ตัวอย่างย่อหน้าในหัวข้อการส่งข้อมูลข้ามพรมแดนที่ปรับใช้ได้ เช่น "เมื่อท่านทำการจองผ่านช่องทาง OTA หรือวิดเจ็ตของบุคคลที่สาม ข้อมูลบางส่วนของท่านอาจถูกส่งไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการดังกล่าวซึ่งอาจตั้งอยู่นอกประเทศไทย ท่านสามารถดูรายชื่อผู้ให้บริการหลักได้ที่หัวข้อผู้ให้บริการภายนอกด้านล่าง" ย่อหน้านี้ต้องผูกกับรายชื่อผู้ให้บริการจริงที่ทีมไอทีรวบรวมไว้ ไม่ใช่เขียนลอย ๆ โดยไม่มีรายชื่อรองรับ

ตัวอย่างข้อความในอีเมลยืนยันการจองที่อ้างถึงนโยบายความเป็นส่วนตัว

อีเมลยืนยันการจองที่ส่งจากระบบจองห้องพักหรือระบบทัวร์ มักถูกมองข้ามว่าไม่ต้องมีข้อความเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ทั้งที่เป็นจุดสัมผัสที่แขกอ่านจริงมากกว่าหน้า Privacy Policy เสียอีก ตัวอย่างบรรทัดท้ายอีเมลที่ปรับใช้ได้ เช่น "ข้อมูลการจองของท่านถูกเก็บและใช้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [ลิงก์นโยบาย] หากต้องการแก้ไขหรือขอลบข้อมูล ติดต่อได้ที่ [อีเมลติดต่อ]" ลิงก์และอีเมลติดต่อในวงเล็บต้องเป็นของจริงที่มีคนตอบกลับ ไม่ใช่ที่อยู่ตัวอย่างที่ไม่มีใครดูแล

ตัวอย่างข้อความแจ้งการเก็บข้อมูลหนังสือเดินทางที่เคาน์เตอร์เช็กอิน

ตัวอย่างข้อความบนป้ายหรือใบแจ้งที่เคาน์เตอร์ เช่น "โรงแรมขอเก็บสำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของท่านเพื่อยืนยันตัวตนผู้เข้าพักตามขั้นตอนการลงทะเบียน ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดในนโยบายความเป็นส่วนตัวของโรงแรม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่แผนกต้อนรับ" ข้อความนี้ควรพิมพ์ด้วยขนาดตัวอักษรที่อ่านง่ายและวางไว้ในจุดที่แขกเห็นก่อนยื่นเอกสาร ไม่ใช่พิมพ์เล็กไว้มุมใบเสร็จ

Template แบบฟอร์มยินยอมสำหรับผู้ร่วมเดินทางในทัวร์กลุ่ม

สำหรับบริษัททัวร์ที่ให้ผู้จองหลักกรอกข้อมูลแทนผู้ร่วมเดินทาง แบบฟอร์มควรมีช่องยืนยันแยกต่างหาก เช่น ช่องกาเครื่องหมาย "ข้าพเจ้าได้แจ้งผู้ร่วมเดินทางทุกท่านทราบถึงการเก็บและใช้ข้อมูลตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทแล้ว" วางไว้ก่อนช่องกรอกชื่อและเลขที่หนังสือเดินทางของผู้ร่วมเดินทาง แทนที่จะให้ผู้จองหลักกดยืนยันรวมกับเงื่อนไขการชำระเงินในช่องเดียว ซึ่งมักถูกมองข้ามไป

โครงร่างช่องกรอกที่แนะนำสำหรับผู้ร่วมเดินทางแต่ละคน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุลตามหนังสือเดินทาง เลขที่หนังสือเดินทาง วันหมดอายุ และเบอร์โทรฉุกเฉิน โดยควรมีหมายเหตุกำกับใต้ฟอร์มว่าข้อมูลนี้ใช้เพื่อดำเนินการเรื่องตั๋วเดินทางและประกันภัยการเดินทางเท่านั้น ไม่ใช้เพื่อจุดประสงค์การตลาดอื่นโดยไม่ได้แจ้งเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้จองหลักและผู้ร่วมเดินทางเข้าใจตรงกันว่าข้อมูลจะถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที

ทดลองใช้งานระบบฟรี

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างโครงสร้างที่ทีมไอทีนำไปปรับชื่อคุกกี้และผู้ให้บริการจริงของเว็บไซต์ตัวเองแทนที่ ไม่ใช่ชื่อและระยะเวลาที่ใช้ได้กับทุกเว็บไซต์เหมือนกัน

ชื่อคุกกี้ (ตัวอย่าง)หมวดวัตถุประสงค์ต้องขอ Consent ก่อนหรือไม่
booking_sessionจำเป็นรักษาสถานะการจองระหว่างเลือกห้องไม่ต้อง (จำเป็นต่อบริการ)
_gaวิเคราะห์วัดพฤติกรรมผู้เข้าชมหน้าค้นหาห้องต้อง
_fbpโฆษณาRetargeting ผู้เข้าชมที่ยังไม่จองต้อง
ota_widget_idของบุคคลที่สามเชื่อมสถานะการจองกับวิดเจ็ต OTAขึ้นกับผู้ให้บริการวิดเจ็ต ต้องตรวจสอบเอกสารของผู้ให้บริการ

เลื่อนซ้าย-ขวาได้บนมือถือ

ส่วน Consent Log ที่บันทึกคู่กันควรมีอย่างน้อยรหัสผู้ให้ความยินยอมหรือ Session ID หมวดที่ยินยอม เวอร์ชันของ Banner ที่แสดง ณ ขณะนั้น และเวลาที่บันทึก เพื่อให้ย้อนตรวจสอบได้ภายหลังว่าผู้เข้าชมเห็นข้อความเวอร์ชันใดตอนกดยินยอม ธุรกิจที่ต้องการเข้าใจโครงสร้าง Consent Log แบบละเอียดกว่านี้สามารถดูแนวทางเพิ่มเติมได้ในบทความ Best Practices ด้าน PDPA สำหรับเว็บไซต์ท่องเที่ยว

สำหรับทีมที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกทำ Template เองหรือใช้เครื่องมือช่วยร่าง สามารถดูการเปรียบเทียบแนวทางต่าง ๆ ได้ในบทความ เปรียบเทียบแนวทางจัดการ PDPA สำหรับเว็บไซต์ท่องเที่ยว และหากระบบเริ่มทำงานไม่ตรงกับที่ตั้งค่าไว้ เช่น Banner แสดงแต่ Pixel ยังยิงอยู่ สามารถไล่แก้ตามลำดับในบทความ วิธีวัดผลและแก้ปัญหา PDPA สำหรับเว็บไซต์ท่องเที่ยว

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ Template Privacy Policy จากเว็บไซต์อื่นได้เลยหรือไม่ ไม่ควรใช้ทันทีโดยไม่ปรับ เพราะแต่ละธุรกิจเก็บข้อมูลและใช้ผู้ให้บริการไม่เหมือนกัน ต้องเทียบกับสิ่งที่เว็บไซต์ของตัวเองเก็บจริงก่อนทุกครั้ง

Cookie Banner ของเว็บไซต์ท่องเที่ยวควรมีกี่หมวด อย่างน้อยควรแยกเป็นจำเป็น วิเคราะห์ และโฆษณา ส่วนคุกกี้จากวิดเจ็ต OTA ควรตรวจสอบแยกว่าจัดอยู่หมวดใดตามเอกสารของผู้ให้บริการ

แบบฟอร์มทัวร์กลุ่มต้องมีช่องยืนยันแยกสำหรับผู้ร่วมเดินทางหรือไม่ ควรมี เพื่อให้ผู้จองหลักยืนยันว่าได้แจ้งผู้ร่วมเดินทางทราบถึงการเก็บข้อมูลแล้ว แทนที่จะรวมไว้กับเงื่อนไขการชำระเงินช่องเดียว

Consent Log ควรบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง อย่างน้อยควรมีรหัสผู้ให้ความยินยอมหรือ Session ID หมวดที่ยินยอม เวอร์ชันของ Banner ที่แสดง และเวลาที่บันทึกเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ป้ายแจ้งเก็บหนังสือเดินทางที่เคาน์เตอร์ต้องมีข้อความแบบใด ควรระบุวัตถุประสงค์ที่เก็บ เช่น ยืนยันตัวตนตามขั้นตอนลงทะเบียน และบอกว่าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากนโยบายความเป็นส่วนตัวของธุรกิจ

เช็กลิสต์ปฏิบัติ

  • เทียบ Template กับรายการข้อมูลที่เว็บไซต์ของตัวเองเก็บจริงทีละบรรทัด
  • ปรับข้อความ Cookie Banner ให้ครอบคลุมวิดเจ็ต OTA ที่ฝังอยู่ในหน้าเดียวกัน
  • เพิ่มหัวข้อเรื่องข้อมูลหนังสือเดินทางและการโอนข้อมูลข้ามพรมแดนใน Privacy Policy
  • ติดป้ายแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บเอกสารที่เคาน์เตอร์เช็กอินให้อ่านง่าย
  • เพิ่มช่องยืนยันแยกในฟอร์มทัวร์กลุ่มสำหรับข้อมูลผู้ร่วมเดินทาง
  • ปรับชื่อคุกกี้และผู้ให้บริการในตาราง Cookie Inventory ให้ตรงกับเว็บไซต์จริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ Template

  • คัดลอก Privacy Policy จากเว็บไซต์ธุรกิจอื่นโดยไม่ตัดหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองออก
  • ใช้ข้อความ Cookie Banner สำเร็จรูปที่ไม่ได้พูดถึงวิดเจ็ต OTA ที่ฝังอยู่จริง
  • ลืมเพิ่มช่องยืนยันสำหรับข้อมูลผู้ร่วมเดินทางในฟอร์มทัวร์กลุ่ม
  • ใช้ระยะเวลาการเก็บข้อมูลจาก Template โดยไม่ตรวจกับนโยบายเก็บรักษาข้อมูลจริงของธุรกิจ
  • ติดป้ายแจ้งที่เคาน์เตอร์ด้วยข้อความที่ไม่ตรงกับ Privacy Policy บนเว็บไซต์

สรุป

Template ช่วยให้ธุรกิจโรงแรม ทัวร์ และแพลตฟอร์มจองบริการเริ่มต้นเขียน Cookie Banner, Privacy Policy และแบบฟอร์มยินยอมได้เร็วขึ้น แต่ทุกตัวอย่างในบทความนี้ต้องถูกเทียบกับข้อมูลที่เว็บไซต์เก็บจริงก่อนเผยแพร่ ไม่ใช่นำไปใช้ทันทีโดยไม่ตรวจสอบ ธุรกิจที่มีข้อมูลซับซ้อน เช่น ทัวร์กลุ่มหรือการส่งข้อมูลข้ามพรมแดน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ Privacy Policy ฉบับเต็มก่อนเผยแพร่จริง การนำตัวอย่างในบทความนี้ไปใช้ควรทำควบคู่กับการตรวจสอบว่าข้อความบนเว็บไซต์ อีเมลยืนยัน และป้ายที่เคาน์เตอร์สื่อสารตรงกันทั้งหมด ไม่ใช่แก้จุดใดจุดหนึ่งแล้วถือว่าเสร็จงาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ Template Privacy Policy จากเว็บไซต์อื่นได้เลยหรือไม่

ไม่ควรใช้ทันทีโดยไม่ปรับ เพราะแต่ละธุรกิจเก็บข้อมูลและใช้ผู้ให้บริการไม่เหมือนกัน ต้องเทียบกับสิ่งที่เว็บไซต์ของตัวเองเก็บจริงก่อนทุกครั้ง

Cookie Banner ของเว็บไซต์ท่องเที่ยวควรมีกี่หมวด

อย่างน้อยควรแยกเป็นจำเป็น วิเคราะห์ และโฆษณา ส่วนคุกกี้จากวิดเจ็ต OTA ควรตรวจสอบแยกว่าจัดอยู่หมวดใดตามเอกสารของผู้ให้บริการ

แบบฟอร์มทัวร์กลุ่มต้องมีช่องยืนยันแยกสำหรับผู้ร่วมเดินทางหรือไม่

ควรมี เพื่อให้ผู้จองหลักยืนยันว่าได้แจ้งผู้ร่วมเดินทางทราบถึงการเก็บข้อมูลแล้ว แทนที่จะรวมไว้กับเงื่อนไขการชำระเงินช่องเดียว

Consent Log ควรบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง

อย่างน้อยควรมีรหัสผู้ให้ความยินยอมหรือ Session ID หมวดที่ยินยอม เวอร์ชันของ Banner ที่แสดง และเวลาที่บันทึกเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ป้ายแจ้งเก็บหนังสือเดินทางที่เคาน์เตอร์ต้องมีข้อความแบบใด

ควรระบุวัตถุประสงค์ที่เก็บ เช่น ยืนยันตัวตนตามขั้นตอนลงทะเบียน และบอกว่าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากนโยบายความเป็นส่วนตัวของธุรกิจ

อ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที