trusty — Website Trust Platform
Business, Industry & SEO

อัปเดต PDPA สำหรับ HR และ Recruitment ปี 2026: สิ่งที่คลินิก โรงพยาบาล และธุรกิจสุขภาพต้องทบทวน

หลายคลินิกยังใช้แบบฟอร์ม HR เดิมที่เขียนไว้หลายปีก่อนโดยไม่เคยทบทวน บทความนี้สรุปจุดที่ควรตรวจซ้ำในปี 2026

📅 เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569อัปเดตล่าสุด 26 กรกฎาคม 2569✍️ เขียนโดย trusty Editorial Team⏱ อ่าน 7 นาที
Group of diverse healthcare professionals in a clinical setting, showcasing teamwork and care.
ภาพโดย Los Muertos Crew จาก Pexels

💬 สรุปสั้น ๆ

ทีม HR ของคลินิก โรงพยาบาล และธุรกิจสุขภาพควรทบทวน 4 เรื่องในปี 2026 คือ ฟอร์มความยินยอมข้อมูลอ่อนไหวในใบสมัครยังครอบคลุมกรณีใช้งานจริงหรือไม่ นโยบายเก็บ CV ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกมีกำหนดเวลาชัดเจนหรือยัง สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลพนักงานถูกทบทวนตามโครงสร้างทีมล่าสุดหรือไม่ และสัญญากับเอเจนซี่จัดหางานหรือผู้ตรวจประวัติภายนอกยังสะท้อนแนวทางปัจจุบันของ PDPC หรือไม่ ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับ PDPC โดยตรงก่อนปรับใช้

ทีม HR ของคลินิก โรงพยาบาล และธุรกิจสุขภาพควรทบทวน 4 เรื่องในปี 2026 คือ ฟอร์มความยินยอมข้อมูลอ่อนไหวในใบสมัครยังครอบคลุมกรณีใช้งานจริงหรือไม่ นโยบายเก็บ CV ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกมีกำหนดเวลาชัดเจนหรือยัง สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลพนักงานถูกทบทวนตามโครงสร้างทีมล่าสุดหรือไม่ และสัญญากับเอเจนซี่จัดหางานหรือผู้ตรวจประวัติภายนอกยังสะท้อนแนวทางปัจจุบันของ PDPC หรือไม่ ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับ PDPC โดยตรงก่อนปรับใช้

ปัญหาที่พบซ้ำในหลายคลินิกและโรงพยาบาลคือฟอร์มสมัครงานและนโยบายจัดการข้อมูลพนักงานถูกเขียนไว้ตอนเปิดสาขาใหม่หรือตอนเริ่มขยายทีม แล้วไม่มีใครกลับมาแก้ไขอีกเลยแม้จะผ่านมาหลายปี ขณะที่จำนวนตำแหน่งที่รับสมัคร ประเภทข้อมูลที่ต้องเก็บ และจำนวนคนที่เข้าถึงระบบ HR เปลี่ยนไปมากแล้ว เอกสารที่ใช้อยู่จึงอาจไม่สะท้อนวิธีทำงานจริงขององค์กรในปัจจุบัน และเป็นช่องว่างที่มักถูกมองข้ามเพราะดูเหมือนว่าทุกอย่าง "ทำงานได้ปกติ" ทั้งที่จริงแล้วไม่มีใครตรวจสอบรายละเอียดมานาน

ทำไมต้องทบทวนซ้ำแม้ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น

ธุรกิจสุขภาพมีอัตราการหมุนเวียนพนักงานสูงกว่าธุรกิจทั่วไป โดยเฉพาะตำแหน่งพยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยที่มักย้ายงานบ่อย ทำให้ปริมาณข้อมูลผู้สมัครและพนักงานที่ผ่านเข้าออกระบบ HR สะสมเร็วกว่าที่คาด หากไม่มีรอบทบทวนประจำ ข้อมูลของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเมื่อหลายปีก่อนอาจยังคงค้างอยู่ในระบบ หรือสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานที่เปลี่ยนตำแหน่งไปแล้วอาจไม่เคยถูกปรับให้สอดคล้องกับหน้าที่ใหม่ การทบทวนไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลก่อน เพราะเมื่อถึงตอนนั้นมักสายเกินไปที่จะแก้ไขกระบวนการตั้งแต่ต้นทาง

อีกปัจจัยที่ทำให้ปี 2026 เป็นจังหวะที่เหมาะกับการทบทวนคือหลายองค์กรเริ่มนำระบบจัดการผู้สมัครแบบดิจิทัลมาใช้แทนการเก็บไฟล์กระดาษหรือสเปรดชีตแบบเดิม การเปลี่ยนระบบแบบนี้มักมาพร้อมกับการย้ายข้อมูลเก่าเข้าไปในระบบใหม่โดยไม่มีใครตรวจสอบว่าข้อมูลที่ย้ายเข้าไปนั้นควรถูกลบไปนานแล้วหรือไม่ หากไม่ทบทวนก่อนย้ายระบบ ก็เท่ากับพาไฟล์ผู้สมัครเก่าที่ควรถูกลบไปแล้วให้มีชีวิตต่อในระบบใหม่โดยไม่ได้ตั้งใจ

สิ่งที่ควรทบทวนอันดับแรก: ฟอร์มความยินยอมข้อมูลอ่อนไหว

ตรวจว่าฟอร์มสมัครงานปัจจุบันยังใช้ถ้อยคำและขอบเขตความยินยอมที่ตรงกับข้อมูลที่ HR เก็บจริงหรือไม่ เช่น หากมีการเพิ่มขั้นตอนตรวจสุขภาพจิตหรือตรวจสารเสพติดสำหรับบางตำแหน่งในภายหลัง แต่ฟอร์มยินยอมยังเป็นเวอร์ชันเดิมที่ไม่ได้ระบุการเก็บข้อมูลประเภทนี้ไว้ ก็ถือว่าฟอร์มไม่ทันกับกระบวนการทำงานจริงแล้ว ควรเทียบขั้นตอนการรับสมัครที่ใช้อยู่จริงในปี 2026 กับข้อความในฟอร์มทีละบรรทัด แทนที่จะสันนิษฐานว่าฟอร์มเดิมยังครอบคลุมทุกอย่าง วิธีตรวจที่ทำได้จริงคือให้ทีมสรรหานั่งไล่ทีละขั้นตอนตั้งแต่รับใบสมัคร นัดสัมภาษณ์ ไปจนถึงขอเอกสารเพิ่มเติมก่อนเสนอตำแหน่ง แล้วทำเครื่องหมายว่าขั้นตอนใดมีการเก็บข้อมูลอ่อนไหวที่ฟอร์มยินยอมปัจจุบันยังไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน

สิ่งที่ควรทบทวนอันดับสอง: ระยะเวลาเก็บ CV ผู้สมัคร

หลายองค์กรตั้งกำหนดเก็บ CV ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ตอนแรก เช่น 6 เดือน แต่ไม่เคยกลับมาตรวจว่าขั้นตอนลบข้อมูลอัตโนมัติทำงานจริงหรือไม่ ควรสุ่มตรวจโฟลเดอร์เก็บ CV ว่ามีไฟล์ที่เกินกำหนดเวลาค้างอยู่กี่รายการ และถ้าพบว่าเกินกำหนดจำนวนมาก แปลว่ากระบวนการลบที่วางไว้ไม่ได้ถูกปฏิบัติจริง ต้องแก้ที่ขั้นตอนการทำงาน ไม่ใช่แค่แก้ตัวเลขในนโยบาย บางทีมพบว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ขาดนโยบาย แต่เป็นเพราะไม่มีใครได้รับมอบหมายให้เป็นคนกดลบไฟล์จริง สุดท้ายกลายเป็นงานที่ไม่มีเจ้าของและถูกปล่อยผ่านไปเรื่อยๆ ทุกไตรมาส การกำหนดชื่อผู้รับผิดชอบเฉพาะสำหรับขั้นตอนนี้จึงสำคัญพอๆ กับการกำหนดตัวเลขระยะเวลาเก็บ

สิ่งที่ควรทบทวนอันดับสาม: สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลพนักงาน

เมื่อองค์กรมีการปรับโครงสร้างทีมหรือมีหัวหน้าแผนกคนใหม่ สิทธิ์การเข้าถึงระบบ HR มักถูกเพิ่มให้คนใหม่โดยลืมลบสิทธิ์ของคนเก่าที่ย้ายไปแผนกอื่นแล้ว ทำให้จำนวนคนที่เข้าถึงข้อมูลพนักงานค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีใครสังเกต ควรทำรายการรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าถึงปัจจุบันเทียบกับโครงสร้างทีมจริง แล้วตัดสิทธิ์ของคนที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องแล้วออกทันที โรงพยาบาลที่มีหลายแผนกควรทำรายการนี้แยกตามแผนก แทนที่จะดูภาพรวมทั้งองค์กรในครั้งเดียว เพราะแต่ละแผนกมักมีคนเข้าถึงระบบ HR ผ่านช่องทางที่ต่างกัน เช่น ฝ่ายบัญชีเข้าถึงเพื่อจ่ายเงินเดือน ฝ่ายจัดซื้อเข้าถึงเพื่อดูสัญญาจ้างเอาต์ซอร์ส การแยกตรวจตามแผนกช่วยให้เห็นจุดที่สิทธิ์เกินความจำเป็นได้ชัดเจนกว่า

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที

ทดลองใช้งานระบบฟรี

สิ่งที่ควรทบทวนอันดับสี่: สัญญากับเอเจนซี่และผู้ตรวจประวัติภายนอก

ถ้าองค์กรใช้เอเจนซี่จัดหางานหรือบริษัทตรวจประวัติอาชญากรรมมาหลายปี ควรตรวจว่าสัญญาที่เซ็นไว้ตอนแรกยังมีผลบังคับใช้และยังระบุบทบาทของแต่ละฝ่ายชัดเจนหรือไม่ บางครั้งสัญญาเดิมหมดอายุไปแล้วแต่ทั้งสองฝ่ายยังทำงานร่วมกันต่อโดยไม่มีเอกสารรองรับ ซึ่งทำให้ไม่มีหลักฐานว่าฝ่ายใดต้องรับผิดชอบอะไรหากเกิดปัญหาระหว่างการส่งต่อข้อมูลผู้สมัคร ควรตรวจเพิ่มเติมด้วยว่าเงื่อนไขในสัญญาเดิมยังตรงกับวิธีทำงานจริงในปัจจุบันหรือไม่ เช่น หากเอเจนซี่เปลี่ยนมาใช้ระบบส่งไฟล์ผู้สมัครผ่านลิงก์ดาวน์โหลดแทนการส่งอีเมลแนบไฟล์แบบเดิม สัญญาที่เซ็นไว้ควรถูกปรับให้ครอบคลุมวิธีการส่งข้อมูลแบบใหม่นี้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้วิธีทำงานเปลี่ยนไปโดยเอกสารยังคงเดิม

วิธีจัดรอบทบทวนให้ทำได้จริงในทีมขนาดเล็ก

สำหรับคลินิกที่มีเจ้าหน้าที่ HR ไม่กี่คน การทบทวนทั้งสี่เรื่องพร้อมกันในครั้งเดียวอาจใช้เวลามาก แนะนำให้กำหนดรอบทบทวนแยกตามความถี่ที่เหมาะสม เช่น ทบทวนฟอร์มยินยอมทุกครั้งที่เปิดตำแหน่งใหม่ประเภทที่ไม่เคยรับมาก่อน ทบทวนโฟลเดอร์ CV ทุกไตรมาส ทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีม และทบทวนสัญญากับผู้ให้บริการภายนอกทุกปีก่อนวันครบกำหนดต่อสัญญา การแบ่งรอบแบบนี้ทำให้งานทบทวนไม่กองรวมกันจนกลายเป็นภาระใหญ่ในช่วงเวลาเดียว ทีมขนาดเล็กบางแห่งเลือกทำปฏิทินทบทวนแบบง่ายๆ ในสเปรดชีต ระบุวันที่ต้องตรวจแต่ละหัวข้อและชื่อผู้รับผิดชอบ แล้วตั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ วิธีนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมือซับซ้อน แต่ช่วยให้งานทบทวนไม่ถูกลืมเมื่อทีมมีภาระงานประจำวันเยอะจนไม่มีใครนึกถึงเรื่องนี้เอง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อทบทวนล่าช้าเกินไป

  • ใช้ฟอร์มยินยอมเวอร์ชันเก่าที่ไม่ครอบคลุมข้อมูลประเภทใหม่ที่เริ่มเก็บภายหลัง เช่น ผลตรวจสุขภาพจิตหรือผลตรวจสารเสพติด
  • พบว่าโฟลเดอร์ CV มีไฟล์ผู้สมัครเก่าค้างอยู่หลายปีเพราะไม่เคยมีใครตรวจว่าขั้นตอนลบทำงานจริงหรือไม่
  • สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล HR ค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงานใหม่ โดยไม่เคยตัดสิทธิ์ของคนที่ย้ายแผนกหรือลาออกไปแล้ว
  • ทำงานร่วมกับเอเจนซี่จัดหางานต่อเนื่องแม้สัญญาเดิมหมดอายุไปแล้วโดยไม่มีเอกสารฉบับใหม่รองรับ

สรุปการทบทวนสำหรับปี 2026

การทบทวน PDPA ฝั่ง HR ไม่ใช่งานที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นวงจรที่ต้องกลับมาตรวจตามจังหวะที่องค์กรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานใหม่ โครงสร้างทีมที่ปรับ หรือผู้ให้บริการภายนอกที่เปลี่ยนไป การตั้งรอบทบทวนที่ชัดเจนและมีหลักฐานว่าตรวจจริงตามรอบนั้น คือสิ่งที่ทำให้องค์กรตอบได้ว่าเอกสารที่ใช้อยู่สะท้อนวิธีทำงานจริงในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เอกสารที่เขียนไว้นานแล้วและไม่มีใครแตะต้องอีก ดูรายการตรวจแบบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เช็กลิสต์ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment สำหรับธุรกิจสุขภาพ และดูขั้นตอนการวางระบบตั้งแต่ต้นได้ที่ วิธีวางระบบ PDPA สำหรับ HR และ Recruitment สำหรับธุรกิจสุขภาพ

แหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับการทบทวน

ก่อนปรับปรุงนโยบายภายในให้ตรวจสอบแนวทางล่าสุดกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) โดยตรง เนื่องจากประกาศและแนวปฏิบัติย่อยอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ การอ้างอิงเอกสารเก่าโดยไม่ตรวจสอบซ้ำอาจทำให้พลาดรายละเอียดที่เปลี่ยนไปแล้ว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องขอบเขตของข้อมูลอ่อนไหวและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูลผู้สมัครงานที่อาจมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวปฏิบัติที่ PDPC ทยอยออกมาเพิ่มเติม การตั้งรอบตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของ PDPC อย่างน้อยปีละครั้งจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของรอบทบทวนประจำปีขององค์กรด้วย ดูหัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้องในคลัสเตอร์เดียวกันเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ความรู้ธุรกิจและอุตสาหกรรม

คำถามที่พบบ่อย

ต้องทบทวนนโยบาย PDPA ฝั่ง HR บ่อยแค่ไหน

ควรกำหนดรอบทบทวนแยกตามหัวข้อ เช่น ทบทวนฟอร์มยินยอมเมื่อเปิดตำแหน่งใหม่ ทบทวนโฟลเดอร์ CV ทุกไตรมาส และทบทวนสัญญากับผู้ให้บริการภายนอกทุกปีก่อนวันครบกำหนด

ถ้ายังไม่เคยเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล จำเป็นต้องทบทวนหรือไม่

จำเป็น เพราะช่องว่างในกระบวนการมักสะสมโดยไม่มีใครสังเกตจนกว่าจะเกิดปัญหา การทบทวนล่วงหน้าช่วยลดโอกาสที่จะพบปัญหาเมื่อสายเกินไป

สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลพนักงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แก้ไขอย่างไร

ทำรายการผู้มีสิทธิ์เข้าถึงปัจจุบันเทียบกับโครงสร้างทีมจริง แล้วตัดสิทธิ์ของผู้ที่ย้ายแผนกหรือลาออกไปแล้วออกทันที

สัญญากับเอเจนซี่จัดหางานที่หมดอายุแล้วแต่ยังทำงานร่วมกันอยู่ ต้องทำอย่างไร

ควรจัดทำสัญญาฉบับใหม่ที่ระบุบทบาทและมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลให้ชัดเจนก่อนดำเนินงานต่อ ไม่ควรปล่อยให้ทำงานร่วมกันโดยไม่มีเอกสารรองรับ

อ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง

พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?

ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที