PDPA สำหรับเว็บไซต์ คืออะไร? คู่มือสำหรับฝ่าย HR เว็บไซต์สมัครงาน และ Recruitment
ฝ่าย HR และทีมดูแลเว็บไซต์สมัครงานควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ PDPA ตั้งแต่ข้อมูลผู้สมัครที่เก็บ วงจรชีวิตข้อมูล ไปจนถึงจุดตรวจบนเว็บไซต์และระบบ ATS

💬 สรุปสั้น ๆ
PDPA สำหรับเว็บไซต์สมัครงานหมายถึงการจัดการข้อมูลผู้สมัครงานตั้งแต่ฟอร์มกรอกใบสมัครไปจนถึงการลบข้อมูลหลังพ้นความจำเป็น ฝ่าย HR ต้องแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลให้ผู้สมัครทราบ ดูแลข้อมูลอ่อนไหวอย่างประวัติสุขภาพหรือประวัติอาชญากรรมเป็นพิเศษ และประสานกับทีมไอทีเพื่อให้เว็บไซต์และระบบ ATS จัดการข้อมูลสอดคล้องกับสิ่งที่แจ้งไว้จริง
สารบัญ
ผู้สมัครงานคนหนึ่งกรอกใบสมัครออนไลน์ แนบเรซูเม่ สำเนาบัตรประชาชน และผลตรวจสุขภาพตามที่ตำแหน่งงานกำหนด แล้วไม่เคยได้รับการติดต่อกลับอีกเลย หกเดือนต่อมาเขาสงสัยว่าข้อมูลเหล่านั้นยังอยู่ในระบบของบริษัทหรือไม่ ใครเข้าถึงได้บ้าง และจะขอให้ลบได้อย่างไร คำถามแบบนี้คือสิ่งที่ฝ่าย HR และทีมดูแลเว็บไซต์สมัครงานต้องตอบให้ได้ตั้งแต่วันที่ออกแบบฟอร์มสมัครงาน
บทความนี้อธิบาย PDPA สำหรับเว็บไซต์สมัครงานในภาพรวม สำหรับฝ่าย HR ทีม Recruitment และผู้ดูแลเว็บไซต์สมัครงานที่ต้องทำงานร่วมกัน
PDPA สำหรับเว็บไซต์สมัครงานคืออะไร
PDPA กำหนดหลักการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่การแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนเก็บข้อมูล การขอความยินยอมตามฐานที่เหมาะสม ไปจนถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลในการขอเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูลของตัวเอง สำหรับเว็บไซต์สมัครงาน หลักการเหล่านี้ใช้กับทุกจุดที่เก็บข้อมูลผู้สมัคร ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มสมัครงานบนเว็บไซต์ ระบบ Applicant Tracking System หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ATS อีเมลรับสมัคร หรือแม้แต่ฟอร์มบนแพลตฟอร์มหางานภายนอกที่ลิงก์กลับมายังเว็บไซต์บริษัท
ความท้าทายของเว็บไซต์สมัครงานคือข้อมูลที่เก็บมักมีรายละเอียดมากกว่าฟอร์มติดต่อทั่วไปหลายเท่า และมีบางส่วนที่จัดเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามลักษณะงาน เช่น ตำแหน่งที่ต้องตรวจประวัติอาชญากรรมหรือผลตรวจสุขภาพ
ข้อมูลผู้สมัครงานที่เว็บไซต์ HR มักเก็บ
| จุดเก็บข้อมูล | ตัวอย่างข้อมูล | ระดับความอ่อนไหว |
|---|---|---|
| ฟอร์มสมัครงานบนเว็บไซต์ | ชื่อ-สกุล เบอร์โทร อีเมล ประวัติการทำงาน | ทั่วไป |
| ไฟล์แนบเรซูเม่และสำเนาบัตร | เลขบัตรประชาชน วันเกิด ที่อยู่ รูปถ่าย | อ่อนไหวสูง ใช้ระบุตัวตนได้ชัดเจน |
| ฟอร์มตรวจสุขภาพหรือประวัติอาชญากรรม | ผลตรวจสุขภาพ ประวัติคดี ตามที่ตำแหน่งกำหนด | ข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมาย |
| แบบทดสอบและผลสัมภาษณ์ | คะแนนทดสอบ บันทึกการสัมภาษณ์ ความเห็นของผู้สัมภาษณ์ | อ่อนไหวปานกลาง |
| ระบบ ATS/CRM สรรหาบุคลากร | สถานะการพิจารณา ประวัติการติดต่อ บันทึกภายใน | เก็บระยะยาวเพื่อพิจารณาตำแหน่งอื่น |
ความอ่อนไหวของข้อมูลผู้สมัครงาน
ข้อมูลผู้สมัครงานหลายส่วนเข้าข่ายข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลสุขภาพจากการตรวจร่างกายก่อนเข้างาน ข้อมูลศาสนาที่บางครั้งปรากฏในเรซูเม่ หรือประวัติอาชญากรรมสำหรับตำแหน่งที่กฎหมายหรือนโยบายบริษัทกำหนดให้ตรวจ ฝ่าย HR ควรแยกข้อมูลกลุ่มนี้ออกจากข้อมูลทั่วไป จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องใช้จริง และหลีกเลี่ยงการขอข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานนั้น ๆ
วงจรชีวิตข้อมูลผู้สมัคร ตั้งแต่สมัครจนถึงลบ
ข้อมูลผู้สมัครงานควรถูกมองเป็นวงจรที่มีจุดเริ่มและจุดจบ ไม่ใช่ข้อมูลที่เก็บไว้ตลอดไปโดยไม่มีกำหนด วงจรนี้เริ่มจากขั้นตอนสมัคร ที่ผู้สมัครกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มหางาน ตามด้วยขั้นตอนคัดกรองที่ HR และหัวหน้างานพิจารณาคุณสมบัติ ขั้นตอนสัมภาษณ์ที่อาจมีการบันทึกผลเพิ่มเติม ขั้นตอนตัดสินใจว่าจะรับเข้าทำงานหรือปฏิเสธ และสุดท้ายคือขั้นตอนเก็บรักษาหรือลบข้อมูลตามระยะเวลาที่ธุรกิจกำหนดไว้
ผู้สมัครที่ไม่ได้รับการคัดเลือกมักถูกมองข้ามในขั้นตอนสุดท้ายนี้มากที่สุด หลายองค์กรเก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ในระบบโดยไม่มีกำหนดเวลาลบ ทั้งที่ควรมีนโยบายชัดเจนว่าจะเก็บไว้นานเท่าใดเพื่อพิจารณาตำแหน่งอื่นในอนาคต และเมื่อพ้นระยะเวลานั้นควรมีกระบวนการลบข้อมูลออกจากระบบ
อีกจุดที่มักถูกลืมคือข้อมูลของผู้สมัครที่ผ่านการสัมภาษณ์แต่ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนองานเอง ข้อมูลกลุ่มนี้มักถูกเก็บไว้ปะปนกับข้อมูลพนักงานปัจจุบันโดยไม่มีการแยกสถานะให้ชัดเจน ทีม HR ควรทำตารางสถานะข้อมูลผู้สมัครแต่ละกลุ่ม เช่น อยู่ระหว่างพิจารณา ไม่ผ่านการคัดเลือก ปฏิเสธข้อเสนอเอง และรับเข้าทำงานแล้ว เพื่อกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาที่เหมาะกับแต่ละสถานะแยกจากกัน
จุดตรวจบนเว็บไซต์สมัครงาน
ฟอร์มสมัครงานหน้าเว็บไซต์หลัก
ฟอร์มสมัครงานควรมีข้อความแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลอยู่ใกล้กับปุ่มส่งใบสมัคร ไม่ใช่ซ่อนอยู่ในหน้า Privacy Policy ที่ต้องคลิกหาเอง ฟิลด์ที่ขอข้อมูลอ่อนไหวอย่างประวัติสุขภาพควรมีคำอธิบายเพิ่มเติมว่าทำไมตำแหน่งนี้ถึงต้องขอข้อมูลนี้ และช่องทางอัปโหลดไฟล์เรซูเม่และเอกสารแนบควรมีการเข้ารหัสหรือจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง
ระบบ ATS และ CRM สรรหาบุคลากร
เมื่อข้อมูลจากฟอร์มถูกส่งเข้าระบบ ATS ทีมควรตรวจว่าใครมีสิทธิ์เข้าดูข้อมูลผู้สมัครในระบบนี้บ้าง หัวหน้างานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งควรเข้าถึงได้หรือไม่ และระบบมีการบันทึกว่าใครเปิดดูข้อมูลของผู้สมัครรายใดบ้างหรือไม่ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้หากเกิดข้อสงสัย
หน้า Landing Page แคมเปญรับสมัครงาน
บริษัทที่ทำแคมเปญรับสมัครงานจำนวนมาก เช่น ช่วงเปิดสาขาใหม่หรือรับพนักงานตามฤดูกาล มักสร้างหน้า Landing Page แยกต่างหากพร้อมฟอร์มสมัครของตัวเอง หน้าลักษณะนี้บางครั้งถูกทีมการตลาดสร้างขึ้นเร็ว ๆ โดยใช้ปลั๊กอินหรือเครื่องมือสร้างฟอร์มที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบเช่นเดียวกับเว็บไซต์หลัก ทีมควรตรวจว่าหน้าเหล่านี้มีข้อความแจ้งวัตถุประสงค์และ Cookie Consent ครบเช่นเดียวกับหน้าสมัครงานหลัก
สถานการณ์ที่พบบ่อยระหว่างทีม HR และไอที
ปัญหาด้าน PDPA ของเว็บไซต์สมัครงานส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากทีมที่เกี่ยวข้องไม่รู้ว่าอีกทีมทำอะไรไปแล้ว ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือทีมไอทีไม่รู้ว่าฝ่าย HR เพิ่มฟิลด์ใหม่ในฟอร์มสมัครงานที่ขอข้อมูลอ่อนไหวเพิ่มโดยไม่ได้แจ้งให้ปรับ Privacy Policy ให้ตรงกัน หรือฝ่ายการตลาดที่ดูแลหน้า Landing Page แคมเปญรับสมัครงานไม่รู้ว่าปลั๊กอินฟอร์มที่ใช้ฝัง Tracking Script ของตัวเองมาด้วย ทำให้ข้อมูลผู้สมัครถูกส่งไปยังผู้ให้บริการภายนอกโดยไม่มีใครในทีมทราบ อีกกรณีที่พบบ่อยคือเมื่อเปลี่ยนระบบ ATS ใหม่ ข้อมูลผู้สมัครเก่าจากระบบเดิมถูกโอนย้ายมาโดยไม่มีใครทบทวนว่าควรเก็บต่อหรือควรลบตามนโยบายที่กำหนดไว้
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที
บทบาทของ HR ไอที และ Recruitment Agency ในการดูแล PDPA
PDPA ของเว็บไซต์สมัครงานไม่ใช่งานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง ฝ่าย HR เป็นผู้กำหนดว่าจะเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร และเก็บนานแค่ไหน ทีมไอทีหรือผู้ดูแลเว็บไซต์เป็นผู้ทำให้ระบบทำงานตรงตามที่ HR กำหนด เช่น ตั้งค่า Cookie Consent และควบคุมสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ในระบบ ส่วน Recruitment Agency ที่ช่วยหาผู้สมัครให้ ต้องมีข้อตกลงชัดเจนว่าข้อมูลผู้สมัครที่ส่งต่อมาให้บริษัทถูกเก็บและใช้งานอย่างไร ทั้งสามฝ่ายควรมีช่องทางสื่อสารร่วมกันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงฟอร์มสมัครงานหรือระบบ ATS เช่น กลุ่มแชทหรือช่องทางแจ้งเตือนภายในที่ทุกฝ่ายเห็นความเคลื่อนไหวร่วมกัน แทนที่จะให้แต่ละฝ่ายทำงานแยกส่วนแล้วรู้ตัวว่ามีปัญหาก็ต่อเมื่อผู้สมัครสอบถามหรือร้องเรียนเข้ามา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PDPA บนเว็บไซต์สมัครงาน
เว็บไซต์สมัครงานต้องขอความยินยอมก่อนเก็บประวัติสุขภาพของผู้สมัครหรือไม่
ข้อมูลสุขภาพจัดเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ฝ่าย HR จึงควรมีข้อความแจ้งวัตถุประสงค์และขอความยินยอมอย่างชัดเจนก่อนขอข้อมูลกลุ่มนี้ พร้อมอธิบายว่าเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานอย่างไร ส่วนฐานกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกรณีควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของบริษัทพิจารณาตามลักษณะงานจริง
ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกมีสิทธิ์ขอให้ลบข้อมูลได้หรือไม่
PDPA ให้สิทธิ์เจ้าของข้อมูลในการขอเข้าถึง แก้ไข หรือขอให้ลบข้อมูลของตัวเองตามหลักการทั่วไป เว็บไซต์สมัครงานจึงควรมีช่องทางให้ผู้สมัครติดต่อขอใช้สิทธิ์เหล่านี้ได้ ส่วนรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรและมีข้อยกเว้นใดบ้างควรพิจารณาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตามบริบทของแต่ละองค์กร
ใช้ระบบ ATS ของผู้ให้บริการภายนอก ใครรับผิดชอบ PDPA ของข้อมูลในระบบนั้น
ความรับผิดชอบมักแบ่งกันระหว่างบริษัทผู้ใช้งานกับผู้ให้บริการ ATS ตามข้อตกลงการใช้บริการ ฝ่าย HR และทีมไอทีควรตรวจสัญญาหรือเงื่อนไขการใช้งานของผู้ให้บริการว่าระบุบทบาทด้านข้อมูลส่วนบุคคลไว้อย่างไร และปรับ Privacy Policy ของเว็บไซต์สมัครงานให้สอดคล้องกัน
หน้า Landing Page แคมเปญรับสมัครงานต้องมี Cookie Banner แยกจากเว็บไซต์หลักหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องมี Banner แยก แต่หน้า Landing Page ต้องมีกลไก Consent ที่ทำงานจริงเช่นเดียวกับเว็บไซต์หลัก หากหน้านี้อยู่คนละโดเมนหรือใช้เครื่องมือสร้างฟอร์มของผู้ให้บริการภายนอก ทีมควรตรวจว่า Script ที่เครื่องมือนั้นฝังมาด้วยถูกควบคุมด้วย Consent เดียวกันหรือไม่ ก่อนเปิดใช้แคมเปญจริง
เช็กลิสต์ปฏิบัติ
- ใส่ข้อความแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลไว้ใกล้ฟอร์มสมัครงาน
- แยกข้อมูลอ่อนไหวอย่างประวัติสุขภาพและประวัติอาชญากรรมออกจากข้อมูลทั่วไป
- กำหนดระยะเวลาเก็บและลบข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก
- ตรวจสัญญาการใช้งานระบบ ATS และข้อตกลงกับ Recruitment Agency ภายนอก
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์เรซูเม่และเอกสารแนบเฉพาะทีมที่จำเป็น
- เปิดช่องทางให้ผู้สมัครติดต่อขอใช้สิทธิ์เข้าถึงหรือขอลบข้อมูลของตัวเอง
- ตรวจ Cookie บนหน้าเว็บสมัครงานให้ผ่าน Consent เช่นเดียวกับหน้าอื่น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เก็บข้อมูลผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไว้ในระบบโดยไม่มีกำหนดเวลาลบ
- ขอข้อมูลอ่อนไหวอย่างศาสนาหรือประวัติสุขภาพจากทุกตำแหน่งโดยไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะงาน
- ให้พนักงานหลายแผนกเข้าถึงไฟล์เรซูเม่และเอกสารแนบได้โดยไม่จำกัดสิทธิ์
- ใช้ Privacy Policy ทั่วไปของเว็บไซต์บริษัท โดยไม่มีส่วนที่อธิบายเฉพาะสำหรับผู้สมัครงาน
สรุป
PDPA สำหรับเว็บไซต์สมัครงานครอบคลุมตั้งแต่ฟอร์มสมัคร ข้อมูลอ่อนไหวตามลักษณะงาน ไปจนถึงกระบวนการเก็บและลบข้อมูลของผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ฝ่าย HR ทีมไอที และ Recruitment Agency ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้เว็บไซต์และระบบหลังบ้านสอดคล้องกับสิ่งที่แจ้งผู้สมัครไว้จริง อ่านขั้นตอนวางระบบแบบละเอียดได้ที่ วิธีวางระบบ PDPA สำหรับเว็บไซต์สมัครงาน และดูภาพรวมหัวข้อ Privacy Fundamentals อื่นเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รวมความรู้ Privacy Fundamentals
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
เว็บไซต์สมัครงานต้องขอความยินยอมก่อนเก็บประวัติสุขภาพของผู้สมัครหรือไม่
ข้อมูลสุขภาพจัดเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ฝ่าย HR จึงควรมีข้อความแจ้งวัตถุประสงค์และขอความยินยอมอย่างชัดเจนก่อนขอข้อมูลกลุ่มนี้ พร้อมอธิบายว่าเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานอย่างไร ส่วนฐานกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกรณีควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของบริษัทพิจารณาตามลักษณะงานจริง
ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกมีสิทธิ์ขอให้ลบข้อมูลได้หรือไม่
PDPA ให้สิทธิ์เจ้าของข้อมูลในการขอเข้าถึง แก้ไข หรือขอให้ลบข้อมูลของตัวเองตามหลักการทั่วไป เว็บไซต์สมัครงานจึงควรมีช่องทางให้ผู้สมัครติดต่อขอใช้สิทธิ์เหล่านี้ได้ ส่วนรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรและมีข้อยกเว้นใดบ้างควรพิจารณาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตามบริบทของแต่ละองค์กร
ใช้ระบบ ATS ของผู้ให้บริการภายนอก ใครรับผิดชอบ PDPA ของข้อมูลในระบบนั้น
ความรับผิดชอบมักแบ่งกันระหว่างบริษัทผู้ใช้งานกับผู้ให้บริการ ATS ตามข้อตกลงการใช้บริการ ฝ่าย HR และทีมไอทีควรตรวจสัญญาหรือเงื่อนไขการใช้งานของผู้ให้บริการว่าระบุบทบาทด้านข้อมูลส่วนบุคคลไว้อย่างไร และปรับ Privacy Policy ของเว็บไซต์สมัครงานให้สอดคล้องกัน
หน้า Landing Page แคมเปญรับสมัครงานต้องมี Cookie Banner แยกจากเว็บไซต์หลักหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องมี Banner แยก แต่หน้า Landing Page ต้องมีกลไก Consent ที่ทำงานจริงเช่นเดียวกับเว็บไซต์หลัก หากหน้านี้อยู่คนละโดเมนหรือใช้เครื่องมือสร้างฟอร์มของผู้ให้บริการภายนอก ทีมควรตรวจว่า Script ที่เครื่องมือนั้นฝังมาด้วยถูกควบคุมด้วย Consent เดียวกันหรือไม่ ก่อนเปิดใช้แคมเปญจริง
บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)
ดูบทความอื่นในหมวด Privacy Fundamentalsรวมคู่มือและเช็กลิสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ใน Trusty Knowledge Centerอ่านต่อในหัวข้อเดียวกัน

อัปเดต PDPA สำหรับเว็บไซต์ ปี 2026: สิ่งที่ฝ่าย HR เว็บไซต์สมัครงาน และ Recruitment ต้องทบทวน
ทีม HR ที่เขียน Privacy Policy หน้าสมัครงานไว้ตั้งแต่ต้นปี มักไม่รู้ว่ามีจุดใดล้าสมัยไปแล้วบ้าง บทความนี้รวมสิ่งที่ควรทบทวนซ้ำทุกปีก่อนเปิดรับสมัครรอบใหม่

วิธี Audit PDPA สำหรับเว็บไซต์ ของฝ่าย HR เว็บไซต์สมัครงาน และ Recruitment พร้อม Evidence ที่ควรเก็บ
แนวทาง Audit PDPA สำหรับเว็บไซต์สมัครงาน 4 ขั้นตอน พร้อมตัวอย่างตาราง Evidence ที่ทีม HR ควรเก็บไว้เป็นหลักฐานการตรวจภายใน ไม่ใช่ผลการรับรองทางกฎหมาย
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือ Data Protection Officer ของหน่วยงานท่านก่อนนำไปปฏิบัติจริง
พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณหรือยัง?
ทดลองใช้งาน trusty ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มสแกนได้ทันที